สามีครู ลวงเด็ก 13 ไปข่มขืน ตำรวจจับได้คารีสอร์ท

         สามีครู หื่น ล่อลวงเด็กวัย 13 ปี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของภรรยาตนเอง เข้ารีสอร์ทหวังจะข่มขืน แต่เด็กมีความระวังตัวและไหวพริบดีเลยรอดมาได้

        วันนี้ (8 มิถุนายน 2563) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองไผ่ ได้รับแจ้งเหตุจากผู้ปกครองว่า ลูกสาว อายุ 13 ปี ได้ถูก สามีครู ล่อลวงเข้ารีสอร์ท หวังจะข่มขืน และได้ขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางผู้ปกครองกำลังจะเดินทางเข้าไปที่รีสอร์ท ที่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีเพื่อนผู้ชายของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ที่เดินทางไปถึงก่อน

        ซึ่งผู้ต้องหาได้พยายามที่จะขับรถหนี แต่ก็ถูกตำรวจ สภ.หนองไผ่ และตำรวจทางหลวงฯ ซึ่งขับตามมาสกัดเอาไว้ได้ที่บริเวณทางออกของรีสอร์ท จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้ มาที่ สภ.หนองไผ่

         ทราบชื่อคือ นายชินพร วัน 42 ปี เป็น สามีครู  ร.ร.เอกชนแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่ อ.บึงสามพัน ที่เด็กสาวรายดังกล่าวเรียนอยู่  ต่อมารู้ว่าเด็กสาวรายนี้ คือ เด็กหญิงเอ วัย 13 ปี กับอีก 11 เดือน นักเรียนชั้น ม 2.ของโรงเรียนเอกชน ในพื้นที่เขต อ.บึงสามพัน

         โดย ด.ญ.เอ เล่าว่า นายชินพร ได้มีการทักไลน์มา แล้วบอกว่า ว่างหรือไม่ มีงานจะให้ทำ โดยเธอเห็นว่าเป็นสามีของคุณครู จึงไม่ได้คิดอะไร ต่อมา นายชินพร ได้ขับรถตู้มารับที่บ้านยาย แล้วขับมาทาง อ.หนองไผ่ ตนเห็นว่าทีท่าไม่ค่อยดี จึงแอบทักไลน์บอกเพื่อน ให้รีบตามมา แล้วก็เป็นอย่างที่ตนคิดเอาไว้ไม่มีผิด

         เมื่อนายชินพร บอกกับ ด.ญ.เอ ว่า งานที่จะให้ทำ คือ ให้ไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อย แต่นายชินพร กลับเลี้ยวรถพา ด.ญ.เอ เข้ามาภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง และได้เปิดห้องพัก จากนั้นก็ล่อลวงให้ ด.ญ.เอ เข้าไปภายในห้องพัก แล้วก็แสดงอาการความหื่น ด้วยการลวนลาม พร้อมทั้งบอกกับ ด.ญ.เอ ว่าจะให้เงิน 5,000 บาท

         ด.ญ.เอ จึงได้ออกอุบายไปว่าตนขอไปเข้าห้องน้ำก่อน จากนั้นก็รีบโทรบอกเพื่อน พร้อมทั้ง  เล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนของตนฟัง และรออยู่ในห้องน้ำจนเพื่อนตามมาช่วย นายชินพรเห็นท่าไม่ค่อยดี จึงได้บอกว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร

         โดยอ้างว่าจะยอมจ่ายเงินให้ 10,000 บาท แต่เพื่อนของ ด.ญ.เอ ไม่ยอม นจึงพยายามที่จะขับรถหนี โชคดีที่ตำรวจ พร้อมกับผู้ปกครองของเหยื่อตามมาได้ทันเวลา

        เจ้าน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นายชินพรไปที่ สภ.หนองไผ่ เพื่อที่จะดำเนินคดี ในข้อหา “พรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และ พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร” โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

         สวน ด.ญ.เอ ทางตำรวจ ก็ทำการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้น พร้อมทั้งเตรียมส่งตัวไปตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ อย่างไร นั่นเอง

สามีครู หื่น ล่อลวงเด็กวัย 13 ปี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของภรรยาตนเอง เข้ารีสอร์ท

สามีครู หื่น ล่อลวงเด็กวัย 13 ปี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของภรรยาตนเอง เข้ารีสอร์ท

สามีครู หื่น ล่อลวงเด็กวัย 13 ปี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของภรรยาตนเอง เข้ารีสอร์ท

เจ้าของหอ ขอพูดบ้าง รอค่าเช่าจนหมดความอดทน!!

         หลังจากที่มีประเด็นดราม่า คุณก้อยเจ้าของร้านเสริมสวยขอความเป็นธรรม หลังค้างค่าเช่า ห้องกว่า 3 เดือน แต่ถูกเจ้าของหอพักขนเอาข้าวของ ภายในร้านไปขายทั้งหมด ไม่เหลือแม้แต่เอกสารสำคัญ

         ล่าสุดวันนี้ (6 มิถุนายน 2563) เจ้าของหอ ป้าปุ้ย (นามสมมุติ) ได้เปิดใจกับทางอีจันถึงประเด็นที่เกิดขึ้นว่า คุณก้อยเจ้าของร้านเสริมสวยได้ค้างค่าเช้าป้า ตั้งแต่เดือน มีนาคม 63 ที่ผ่านมา ถ้าหากว่ายังไม่มีก็ขอแค่บอก ป้าก็ยินดีจะให้ผ่อนผัน

         แต่หลังจากที่คุณก้อยกลับไปอยู่ที่บ้าน บอกกับป้าว่าจะกลับแค่ 2 ถึง 3 วันเท่านั้น แต่พอเวลาล่วงเลยไปก็ไม่ติดต่อมาอีก จะขอผ่อนป้าก็ยอมแต่กลับเงียบหายไปเฉยๆ อีกทั้งหน้าร้านยังมีมอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อก มาวนเวียนอยู่บ่อยๆ ป้าจึงกลัวว่าจะเป็นอันตราย จึงให้คนเอากุญแจไปล็อกร้านเอาไว้นั่นเอง

         พอมาถึงวันที่ (5 เมษายน 2563) ครบกำหนดวันที่ต้องทำการจ่ายค่าเช่า แต่ทางคุณก้อยก็ยังทำเฉย พอโทรไป ขอคุยกันทางไลน์ก็ยังพอผลัดเรื่อยๆ บอกให้ส่งเลขบัญชีให้ แต่ก็ยังไม่ยอมจ่ายสักที ในระหว่างนั้นมอเตอร์ไซค์แปลกหน้าก็ยังคงมาวนเวียนอยู่ตลอด พร้อมทั้งมีคนสนใจที่จะมาเช่าห้อง แต่ตนก็ยังไม่ได้ตัดสินใจแต่อย่างใด เพราะก็รอทางนั้นติดต่อมาเช่นเดียวกัน

         จนวันที่ (9 เมษายน 2563) ทางคุณก้อยติดต่อมา แต่ป้าก็ตอบกลับไปว่า ช้าไปแล้ว เพราะว่า ขายของที่อยู่ภายในร้านไปหมดแล้ว แต่ทางสามีของคุณก้อย ก็พูดมาบอกว่าจะเอาเรื่องป้า ป้าก็ยืนยันว่าวันนั้นของยังอยู่ภายในร้านครบทุกชิ้น ยังไม่ได้ขนย้ายหรือขายชิ้นไหนไป พอเวลาผ่านไปป้าปุ้ยจึงได้ทำการตัดสินใจ บอกไปว่า ให้เอาเงินมาจ่ายค่าเช่าที่ค้างอยู่ แล้วตนจะคืนของให้ แต่ทางนั้นก็เงียบไปอีกเช่นเคย

         จนมาถึง (15 พฤษภาคม 2563) ป้าปุ้ยบอกว่า รอเขามาตลอด จนหมดความอดทนที่จะรอ บวกกับตอนนั้นมีคนเข้ามาขอดูห้องแล้ว เพราะว่า ตนก็ลำบากเหมือนกัน เจอผลกระทบไม่ต่างกัน จึงตัดสินใจย้ายของออกมาข้างนอก เพื่อให้คนใหม่เข้าไปเช่าต่อ และไม่รู้ว่าของหายไปไหน เรื่องเอกสารสำคัญป้าขอยืนยันว่า ไม่เจอตั้งแต่แรกและไม่ได้อยากใจร้ายแบบนี้ เข้าใจคนทำมาหากินด้วย แต่ในเมื่อมันถึงที่สุดก็ต้องเลือกทางใดสักทางหนึ่งเช่นกัน

รัฐบาลขอให้ทุกๆ มหาวิทยาลัย เลื่อนพิธีการรับปริญญาไม่มีกำหนด

รัฐบาลขอให้ทุกๆ มหาวิทยาลัย เลื่อนพิธีการรับปริญญาไม่มีกำหนด  ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกมาทำการประกาศ เรื่องมาตรการและการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 ฉบับที่ 4 : การพิจารณาเลื่อนพิธีประสายปริญญาบัตร โดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้

ตามที่สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและยืดเยื้อยาวนาน เพื่อเตรียมพร้อมกับการรับมือสถานการณ์ สามารถปฏิบัติงานเพื่อป้องกัน ลด และบรรเทาผลของการแพร่ระบาด ลดความกลัวของคนภายในสังคมและสร้างความเชื่อมั่น โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.)

ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญทั้งด้านการอุดมศึกษา (สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน) และด้านการวิจัยและนวัตกรรม จึงได้ดำเนินการและกำหนดมาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์ของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และนำร่องดำเนินการ

ในการนี้เพื่อเป็นการดูแล นิสิต นักศึกษาและบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาทุกๆคน  รวมทั้งเป็นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ที่อาจจะเกิดขึ้นจากกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 63 ในเรื่องมาตรการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐในการบริหารราชการและให้บริการประชาชนในสภาวะวิกฤต กระทรวง อว. จึงได้ขอความร่วมมือให้สถาบันอุดมศึกษาทุกๆแห่งพิจารณาเลื่อนพิธีประสาทปริญญาบัตรออกไปก่อน ตั้งวันนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง จึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป