รีวิวหนัง Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง หนังดังหนังใหม่

Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง บอกเล่าเรื่องราวอกหักของ “ซอกอู” (กงยู) และลูกสาว “ซูอา” (คิมซูอัน) ขณะที่พวกเขาขึ้นรถไฟ KTX ที่จะไปรับพวกเขา จากโซล ไปปูซานเพื่อที่สุดของอดีตเมียที่ไม่เจอกันนาน แต่เมื่อรถไฟกำลังจะออกจากชานชาลาสถานี

กลับมีเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารทุกคนตกใจ เมื่อสถานีรถไฟกลับ มันถูกโจมตีโดยฝูงซอมบี้ ฆ่าคนขับดับเพลิงและผู้โดยสาร รถไฟ KTX มุ่งหน้าสู่ปูซานโดยไม่มีคนขับ ผู้โดยสารทุกคนต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ที่ติดตามพวกเขาตลอด 90 นาที (453 กม.) ของเส้นทางสู่ปูซาน

Train to Busan

ตำราคริสเตียนผีดิบเรื่องแรกของเกาหลี ภาพยนตร์ไร้มนุษยธรรมที่กำกับโดยยอนซังโฮ ผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดที่ดูตอนนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากงาน “Cannes Film Festival 2016” และได้รับการชื่นชมอย่างมากจากแฟนหนังและนักวิจารณ์จากทั่วโลก

กลุ่มนี้นำโดยพ่อของซุปเปอร์สตาร์กงยู ซึ่งเขาเล่นเป็นพ่อที่ต้องช่วยลูกสาวของเขาจากการระบาดของซอมบี้ที่โหมกระหน่ำในเมือง พร้อมด้วยนักแสดงชื่อดังมากมายที่ต่อสู้ฝ่าฝูงซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอด เช่น “Jung Yu Mi” (Kim Ji-young Born 1982), “Choi Woo Sik” (Parasite), “Ma Dong Seok” ” (พร้อมกับเหล่าทวยเทพ: 49 วันที่ผ่านมา) รวมถึง “An So Hee” (เดิมคือสมาชิก Wonder Girls และ Welcome to Waikiki 2)

Cars 2 (2011) สายลับสี่ล้อ ซิ่งสนั่นโลก รถแข่งซูเปอร์สตาร์

         Cars 2 ไลท์นิ่ง แมคควีน พักผ่อนสบายๆ ในเมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นของเรดิเอเตอร์ สปริงส์ กับเพื่อนของเขา แมเตอร์ บัดดี้ของเขา ซึ่งกำลังรอให้ฤดูกาลแข่งใหม่เริ่มต้นขึ้น เมื่อผู้ท้าชิงคนใหม่ Franscesco Bernoulli ขู่ว่าจะเอาชนะเขาในการแข่งรถข้ามประเทศ McQueen ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับความท้าทายและพิสูจน์อีกครั้งว่าเขาคือรถที่ดีที่สุดในสนามแข่ง เพิ่มพล็อตเรื่องจารกรรมที่ Mater ที่งี่เง่าได้เข้าไปพัวพันและแข่งขันกันอย่างดุเดือด และคุณจะได้นั่งรถไฟเหาะตีลังกาที่ฉับไว

Cars 2

        บทวิจารณ์ภาพยนตร์: จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คือสถานที่ที่งดงามซึ่ง McQueen ได้ทดสอบทักษะของเขาในสนามแข่ง ลอนดอน ปารีส โตเกียว และชนบทที่แปลกใหม่ของอิตาลีเกือบจะทำให้คุณตาพร่าด้วยแอนิเมชั่นอันไร้ที่ติของ Pixar ในการสร้างงานศิลปะบนหน้าจอ ก่อนที่คุณจะเต็มอิ่มกับโตเกียวอันตระการตา ถึงเวลาที่คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับปารีส ลอนดอน อิตาลี… ที่พร่างพราวและสว่างไสวไม่แพ้กัน

Cars 2

         แน่นอนว่ามีมิตรภาพระหว่าง Mater ที่ค่อนข้างสลัวแต่ใจทองกับ McQueen ที่กล้าหาญ คราวนี้ ความสัมพันธ์กระทบกระเทือนเพียงเพื่อฟื้นพลังและความมีชีวิตชีวาในการวัดที่เสริมกำลัง เพิ่มมุมโรแมนติกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ระหว่าง Mater รถดัมพ์จอมง่อนแง่นกับ Holley Shiftwell สายลับหน่วยข่าวกรองชาวอังกฤษที่ร่าเริง และคุณก็มีเสียงที่เพียงพอและข้อความเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับมิตรภาพ ความรัก ความเคารพ และการยอมรับที่จะพากลับบ้าน

         ภาพยนตร์เรื่องนี้ซับซ้อนเล็กน้อยโดยมีพล็อตเรื่องจารกรรมและการโต้เถียงเรื่องเชื้อเพลิงมากเกินไป และโฟกัสมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนจากเชื้อชาติซึ่งเป็นแก่นแท้ของภาพยนตร์ แต่โดยรวมแล้ว Cars 2 นั้นสนุกสำหรับครอบครัวและสนุกสุดๆ สำหรับเด็ก คำสารภาพ: ตอนที่หนึ่งดีกว่า

The Marksman (2021) คนระห่ำ พันธุ์ระอุ พวกเดนนรก เตรียมรับมือกับผู้ชายคนนี้!

           เขาก็คือลุงวัยดึกที่เต็มไปด้วยหัวใจสุดแกร่ง เขากลับมาอีกครั้งเพื่อสะสางและล้างแค้นให้กับความยุติธรรม เราได้ดูอีกหนึ่งแอคชั่นไล่ล่ายี่ห้อ Liam Neeson อีกเรื่อง ที่ยังคงเสิร์ฟส่งต่อให้แฟนๆ ได้ดูชมกันอย่างไม่ขาดสาย แม้ว่าจังหวะและท่วงทำนองต่างๆ ในหนังประเภทของเขาจะค่อนข้างซ้ำซากแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าภาพยนต์เรื่อง The Marksman หรือชื่อไทยว่า คนระห่ำ พันธุ์ระอุ (2021) ยังจัดว่าเป็นภาพยนต์ที่ดูได้บันเทิงอยู่

           ภาพยนต์เรื่อง “คนระห่ำ พันธุ์ระอุ” เป็นเรื่องราวของ จิม แฮนสัน (รับบทโดย Liam Neeson) เจ้าของฟาร์มชาวแอริโซนา ผู้ที่มีความแข็งกร้าวที่ต้องการอยู่คนเดียวไม่ยุ่งกับใคร โดยหลีกหนีประกาศแจ้งขับไล่และพยายาม​หาเลี้ยงชีพบนพื้นที่พรมแดนห่างไกล แต่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเมื่อเขา​ ผู้เป็นอดีตนาวิกโยธินพบเห็นมิเกล เด็กผู้อพยพ วัย 11 ปี ที่กำลังหนีพร้อมกับโรซา (Teresa Ruiz) แม่ของเขา จากการสังหารโดยแก๊งนักฆ่า ที่นำโดย เมาริซิโอ (Juan Pablo Raba) ผู้โหดเหี้ยม

The Marksman (2021) คนระห่ำ พันธุ์ระอุ พวกเดนนรก เตรียมรับมือกับผู้ชายคนนี้!

           หลังจากที่ถูกจับได้ในเหตุการณ์ลอบยิง​ โรซ่า (Teresa Ruiz) ได้รับบาดเจ็บและขอร้องให้ จิม พาลูกชายของเขาไปส่งครอบครัวที่ชิคาโกอย่างปลอดภัย​ ถึงแม้ว่า ซาราห์ ลูกเลี้ยงของจิมจะคัดค้าน​ แต่เขาก็แอบพามิเกลลัดลอดผ่านด่านศุลกากรและตระเวนชายแดนในพื้นที่ของสหรัฐฯ และพวกเขาก็ออกเดินทางไปโดยมีกลุ่มนักฆ่าตามไล่ล่า จิมและมิเกลก้าวข้ามความแตกต่างอย่างช้าๆ และเริ่มสร้างมิตรภาพที่ไม่น่าจะเป็นไปได้​ ในขณะที่เมาริซิโอและแก๊งนักฆ่าเลือดเย็นก็ตามติดพวกเขาไล่ล่าอย่างไม่ลดละ

           คงต้องบอกก่อนเลยว่าภาพยนต์เรื่องนี้เป็นภาพยนต์ที่สามารถดูได้เพลินๆ มอบอรรถรสความบันเทิงให้กับคนเป็นอย่างดี แต่หากพิจารณาไล่ไปเป็นจุดๆ ก็พบว่าตัวหนังยังคงเต็มไปด้วยปัญหาอยู่ตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องบทหนังที่เต็มไปด้วยความเชยและไร้มิติใดๆ ทำให้สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงหนังไล่ล่าโร้ดทริปภารกิจแอคชั่นแบบเดิมๆ ที่เคยเห็นในหนังสไตล์นี้ เมื่อสัก 10-20 ปีที่แล้ว

           นี่เป็นผลงานการกำกับของ Robert Lorenz เป็นงานการทำภาพยนต์เรื่องที่ 2 ของเขาต่อจากภาพยนต์เรื่อง Trouble with the Curve โดยที่ตัวของเขาเองก็มีประสบการณ์การทำภาพยนต์ในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับมาหลายปี เขายังร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วย แต่กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้ยังไม่มีอะไรที่สดใหม่หรือแปลกใหม่ใดๆ แต่พวกเขารู้จักวิธีที่จะเอาคนดูให้ตราตรึงอยู่บนหน้าจอให้อยู่หมัด

           ซึ่งภาพยนต์เรื่องนี้ปูเรื่องราวในช่วงแรกๆ ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย แต่ก็เป็นแค่เพียงช่วงเวลาไม่นาน เมื่อหนังเข้าสู่ท้องเรื่องอย่างจริงจังก็กลายเป็นโร้ดทริปที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลินแบบสูตรสำเร็จ ตัวละครอย่าง จิม แฮนสัน (Liam Neeson) เป็นคาแรกเตอร์ที่น่าค้นหา แต่น่าเสียดายที่หนังไม่สามารถขยายมิติของตัวละครนี้ทิ้งเอาไว้เลย

The Marksman (2021) คนระห่ำ พันธุ์ระอุ พวกเดนนรก เตรียมรับมือกับผู้ชายคนนี้!

           แน่นอนว่าเลย Liam Neeson ก็ยังคงแบกรับหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้อย่างสบายๆ แต่โครงสร้างของหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ทำให้เขาเก่งกาจเหมือนกันเรื่องก่อนๆ เรายังสังเกตเห็นถึงความแก่โรยราของเขาในการรับบทลุงแกร่งแบบเดิมๆ เช่นนี้มาต่อเนื่องเป็นทศวรรษ แต่เขาก็ยังคงรับหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะยังคงเป็นคาแรกเตอร์ซ้ำๆ เดิมๆ ไม่ต่างจากเรื่องก่อนของเขาสักเท่าไหร่

          Jacob Perez เป็นนักแสดงเด็กที่ค่อนข้างโดดเด่นในหนังเรื่องนี้ แต่ว่าภาพยนต์เรื่องนี้ก็เหมือนลืมและทอดทิ้งเขาเอาไว้กลางทาง ทำให้ตัวละครนี้แทบจะไม่มีความสำคัญใดๆ สักเท่าไหร่ ทำให้เขาถูกกลืนหายไปกับเรื่อง เช่นเดียวกับ Katheryn Winnick ที่เป็นคาแรกเตอร์แทบจะไม่มีความหมายใดๆ ในเรื่อง ทั้งที่น่าจะสามารถขยี้บทบาทได้มากกว่านี้ก็ตาม

           โดยภาพรวมแล้วภาพยนต์เรื่อง The Marksman หรือชื่อไทยว่า คนระห่ำ พันธุ์ระอุ ก็เป็นเพียงภาพยนต์แอคชั่นโร้ดทริปที่พอดูได้เพลินๆ กับเนื้อหาเชยๆ ที่ไม่ได้มีอะไรใหม่สักเท่าไหร่ แม้จะสัมผัสได้ถึงความซ้ำซากกับบทบาทเดิมๆ ของลุงเลียมที่เล่นแต่หนังแนวนี้มาติดๆ กันหลายเรื่อง แต่เราก็ยังคงรู้สึกบันเทิงกับหนังสไตล์ของเขาอยู่ดี คงจะน่าใจหายไม่น้อยที่อีกไม่นานเขาจะเกษียณจากการเล่นหนังแนวๆ นี้ ดังนั้นเราก็ควรจะตามไปเก็บหนังเขาให้ครบทุกเรื่อง และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ WMcasino168

ผู้แพ้ The Defeated ซีรีส์เรื่องราวของสังคมเยอรมันที่ล่มสลายหลังสงครามโลกที่ 2

ผู้แพ้ The Defeated (2020) ซีรีส์ที่บอกเล่าเรื่องราวของเยอรมนีหลังสงครามที่ไร้กฎหมาย ผู้ที่จะเขียนประวัติศาสตร์การต่อสู้คือผู้ที่ชนะสงครามได้สำเร็จ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับประเทศที่แพ้สงครามเท่าที่ควร โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ของชาวเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าทหารนาซีของเยอรมันจะทำสิ่งเลวร้ายมากมายที่ยกโทษให้ไม่ได้

โดยเฉพาะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิว แต่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ชาวเยอรมันทุกคนที่เห็นด้วยกับแนวคิดสุดโต่งเช่นนี้ แต่พวกเขาทั้งหมดได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งพวกเขากลายเป็นผู้แพ้สงคราม ชีวิตก็ยิ่งยากขึ้น

เยอรมนีหลังจากแพ้สงคราม กลายเป็นประเทศนอกกฎหมายมาระยะหนึ่ง มันเป็นเวลาที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและความสับสนวุ่นวาย หากคุณอยากรู้ว่าช่วงเวลานั้นเป็นอย่างไร เราขอแนะนำ The Defeated ซีรีส์ที่บอกเล่าเรื่องราวของสังคมเยอรมันที่ล่มสลายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เคยเห็นในสื่อ หนัง หรือแม้แต่ซีรีย์มาก่อนอย่างแน่นอน เพราะประเทศที่แพ้สงครามส่วนใหญ่ที่มักถูกกล่าวถึงมักจะเป็นญี่ปุ่นมากกว่าเพราะผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์

ผู้แพ้ The Defeated

The Defeated จะพาคุณไปที่เบอร์ลิน เยอรมนีในปี พ.ศ. 2489 เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงหลังจากที่สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ใส่ญี่ปุ่นซึ่งทำให้ฝ่ายอักษะยอมจำนน ชาวเยอรมันยังประสบความพ่ายแพ้หลายครั้งในการต่อสู้กับโซเวียตซึ่งใช้ทรัพยากรจำนวนมากและต้องการฟื้นฟูพวกเขาให้กลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีต

เยอรมนีเป็นผู้แพ้สงครามและยังคงอยู่ในตำแหน่งผู้ทำสงคราม ด้วยเหตุนี้ กรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นเมืองหลวงจึงถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วนการปกครอง แต่ละส่วนปกครองโดยประเทศที่ได้รับชัยชนะอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และสหภาพโซเวียต แห่งหนึ่งเรียกว่าแม็กม่า ประจำการอยู่ที่กรมตำรวจเบอร์ลินในดินแดนของอเมริกา

ภารกิจของเขาคือฟื้นฟูการทำงานของกรมตำรวจให้กลับมาทำงานอีกครั้ง แต่ในท่ามกลางเมืองที่พังทลายและไม่มีกฎหมายอีกต่อไป ตำรวจจะทำงานได้ยากยิ่ง เพราะชาวเบอร์ลินไม่มีอะไรจะยึดถือ พวกเขาจะต้องสูญเสียทุกอย่าง ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ เหลือเพียงร่างกายเท่านั้น อาชีพเดียวที่พวกเขาทำได้คือ ขโมย โสเภณี และแอบทำงานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

อีกภารกิจหนึ่งสำหรับเขาคือการตามหา ทหารของกองทัพสหรัฐ ที่หายตัวไป พี่ชายของเขา แต่หลังจากขุดลึกและลึกลงไป เขาพบว่าพี่ชายของเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายหลังจากเผชิญสงครามอันเลวร้าย

รีวิว แฮปปี้นิวยู แสบสนั่น ยันหว่าง แต่ไม่ค่อยขำและเอามินนี่มาทำให้เสียของ

        รีวิว แฮปปี้นิวยู แสบสนั่น ยันหว่าง หลังอกหักจากน้องหนิง (จ๋า อาร์สยาม) สาวน้อยสกาวใส ทำให้สนั่น (น้องชาช่า) กลายเป็นคนตกงาน ใช้ชีวิตกินเรียบฟรีที่งานและใส่เงินลงในขวด จนทำให้ชบา (มินนี่ พันทิรา) น้องสาวของสนั่นหลงคำสัญญาของตี๋ (บลู พงษ์ธิวัฒน์) ชายหนุ่มผู้หวังจะตามหาความฝันในกรุงเทพฯ แต่มันล้มเหลวจนกระทั่งเขาต้องไปทำงานให้ Xia Jo เจ้าของเต๊นท์ที่เป็นธุรกิจหน้าด่านค้ายา

        เพราะไม่อยากให้แฟนผิดหวัง ตี๋ต้องเตรียมต้อนรับแก๊งค์ของชบา และสนั่น ทั้งซ้าบ (แจ็คแฟนฉัน) และซิงห์ (ไฟเมฆา) พักที่คอนโดเสี่ยโจ้ในกรุงเทพฯ พร้อมสร้างสรรค์ชีวิตดีๆ ให้แฟนสาวได้เชื่อ แต่แล้วความวุ่นวายของแก๊งสนั่น แซบ สิงห์

        อาจทำให้แผนของตี๋ล้มเหลวตามคาด นอกจากนี้ ธุรกิจยาของเซียะโจ้ยังหวั่นไหวจนต้องขนยาจากคอนโดที่ตี๋เป็นคนคิดค้นเอง และถ้ายังวุ่นวายไม่พอ นักเรียนที่เซียะเลี้ยงไว้กะทันหันก็ตายกลายเป็นผีเฝ้าคอนโดอีกแล้ว งานนี้ก็จะอลเวงและวุ่นวายให้ติดตามกันขนาดไหนในโรงหนัง

        ผลงานการกำกับล่าสุดของ บ.ด. โลหะชาลา จากหนังตลกขายไอเดียแปลกๆ อย่าง เอ็มม่า ที่ทิ้งช่องว่างไว้กว่า 3 ปี ก่อนคลอดผลงานล่าสุดอย่าง Happy New You, ซ้าบ สนั่น ยันต์วัง ซึ่งแน่นอนว่า เป็นเพียงชื่อ

        เรื่องนี้คงเดาได้ว่านี่คือผลงานใต้หลังคาเรือยอทช์ ฤกษ์ชัย ที่ปีนี้ส่งเป็นหนังตลกรับปีใหม่ต่อจาก Bikeman 2 ที่เพิ่งสร้างเสียงหัวเราะได้ไม่กี่เรื่อง เมื่อเดือนที่แล้วดูเรื่องย่อที่เรากล่าวไปข้างต้นก็พอเดาได้ว่าเรื่องราวจะวุ่นวาย และแน่นอนว่าความยาว 106 นาทีของหนังอาจไม่สามารถเคลียร์ประเด็นได้อย่างแน่นอน

        เราจึงต้องพูดถึงจุดขายหลักของหนัง ซึ่งมีนักแสดงอย่าง น้องชา ชาชา และ น้องมินนี่ พันทิรา รวมอยู่ด้วย มาพูดถึงแนวคิดหลักของหนังที่ลองเล่นกันกับคำว่า New Year New U

รีวิว The Green Mile 1999 ผู้สร้าง Frank Darabont

รีวิว The Green Mile 1999 ผู้สร้าง Frank Darabont

วันที่มองเห็น: 3 กันยายน 2542 ระยะเวลา: 189 dk พิมพ์: ละคร , แฟนตาซี , อาชญากรรม

ผู้อำนวยการ: แฟรงค์ ดาราบอนต์ ผู้เขียนบท: แฟรงค์ ดาราบอนต์ , สตีเฟน คิงการทำ: 1999 – ABD

ในฐานะผู้คุมเรือนจำ งานของ Paul Edgecomb คือการนำนักโทษประหารชีวิตออกจากห้องขังไปตามเส้นทางสีเขียวหนึ่งไมล์ไปยังห้องมรณะซึ่งมีเก้าอี้ไฟฟ้าตั้งอยู่ Edgecomb ได้ขนส่งนักโทษประหารชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนในเส้นทางนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครประทับใจเขามากเท่ากับ John Coffey คอฟฟี่ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ถูกตัดสินประหารชีวิตในคดีฆาตกรรมเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สองคน ตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวของเขา คอฟฟี่

ซึ่งมีโลกภายในที่เต็มไปด้วยอารมณ์และซับซ้อน มีพลังเหนือธรรมชาติบางอย่าง เมื่อ Edgecomb เข้าใกล้เขามากขึ้น เขาเริ่มเชื่อว่าปาฏิหาริย์สามารถเกิดขึ้นได้ในสถานที่ที่ไม่คาดฝัน
แฟรงค์ ดาราบอนต์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง The Price of Bondage ประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดบรรยากาศที่คล้ายคลึงกันให้กับผู้ชมในภาพยนตร์เรื่องนี้ นำแสดงโดยนักแสดงอย่าง Michael Clarke Duncan และ James Cromwell ร่วมกับ Tom Hanks ที่ได้รับรางวัลออสการ์

 

เขย่าความหลอนกับ ร่างทรง (2021) The Medium พิธีกรรมและความเชื่อสุดหลอน

           มาถึงภาพยนต์แนวสยองขวัญของไทยที่กลายเป็นว่าเพื่อนบ้านที่อื่นๆ ได้มีโอกาสได้พิสูจน์ก่อนชาติที่เป็นเจ้าของเรื่องราว อย่างภาพยนต์เรื่อง The Medium หรือชื่อไทยว่า ร่างทรง (2021) ที่เป็นการจับมือร่วมกันสร้างระหว่าง จีดีเอช กับ SHOWBOX ของประเทศเกาหลีใต้ พร้อมกับได้ทีมงานและทีมทำงานที่ผสมผสานทั้งไทยและเกาหลีในการสร้างสรรค์ผลงานหลอน ด้วยการหยิบเอาประเด็นความเชื่อท้องถิ่นมาปรุงแต่งให้กลายเป็นความสะพรึงชวนขนลุก แต่ว่าผลลัพธ์ของภาพยนต์เรื่องนี้ที่ออกมา…จะเป็นความสะพรึงแบบที่เขาร่ำลือกันจริงหรือเปล่านะ?

           ภาพยนต์เรื่อง “ร่างทรง” ว่าด้วยเรื่องราวความเชื่อทางด้านไสยศาสตร์ ผีสางท้องถิ่นทางภาคอีสานของประเทศไทย โดยตัวภาพยนต์เรื่องนี้จะมีการโฟกัสที่ครอบครัวหนึ่งที่เชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่เคารพบูชา และทำหน้าที่เป็นร่างทรงแบบสืบทอดกันมา แต่ปรากฏว่าพวกเขากับต้องเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณและภูติผีที่แปลกประหลาดที่พยายามเข้ามาสิงสู่ในร่างของ มิ้งค์ (รับบทโดย นริลญา กุลมงพลเพชร) หลานสาวของครอบครัว และเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อาจจะต้องเปลี่ยนแนวคิดความเชื่อของพวกเขาไปตลอดกาล

           ภาพยนต์เรื่องนี้ใช้สูตรการเล่าเรื่องแบบ Mockumentary หรือ หนังสารคดีล้อเลียน ที่เป็นภาพยนต์ที่ค่อนข้างจะซ้อนสารคดีไปในตัว ถือว่าเป็นการใช้สูตรที่ค่อนข้างท้าทายพอสมควร เพราะการเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้มีหนังหลายเรื่องนำมาใช้และตกม้าตายไปก็หลายหนแล้วเช่นกัน แต่ว่าภาพยนต์เรื่อง ร่างทรง ก็เปิดตัวมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ ด้วยการแนะนำเป็นการถ่ายทำสารคดีที่ตามชีวิต ป้านิ่ม (รับบทโดย สวนีย์ อุทุมมา) ร่างทรงย่าบาหยัน ที่เป็นคนสืบทอดร่างทรงนี้ในรุ่นปัจจุบัน หนังดำเนินเรื่องในช่วงแรกได้อย่างกลมกล่อมและน่าสนใจพอตัว ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าชีวิตป้านิ่มและสิ่งที่เธอทำนั้นค่อนข้างอยากให้คนใฝ่รู้

ร่างทรง (2021) พิธีกรรมและความเชื่อสุดหลอน

           แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเป็นข้อดีหลักๆ เพียงอย่างเดียวในภาพยนต์เรื่องนี้ที่ทำออกมา ในขณะที่ภาพยนต์เรื่องนี้มีการเดินเรื่องมาได้สักประมาณ 15-20 นาทีแรกกับโจทย์ที่ค่อนข้างจะน่าสนใจ ก่อนที่จะค่อยๆ เลอะเลือนประเด็นเบนไปอีกทางที่ไกลออกไป เมื่อหันไปโฟกัสเรื่องราวของหลานสาวที่ชื่อ มิ้งค์ กับพฤติกรรมแปลกประหลาดของเธอที่ค่อนข้างเปลี่ยนไป ที่ยังคงหยิบความหลักแนวคิดความเชื่อทางศาสนามาเป็นเส้นกั้นบางๆ โดยใช้พุทธศาสนาและคริสตศาสน เข้ามาขนานเคียงข้างไปกับความเชื่อเรื่องภูติผี

           เรื่องราวของมิ้งค์ในช่วงเกริ่นแรกๆ ก็ยังพอดูได้ แต่ยิ่งเป็นหนักเข้า ก็พลอยทำให้ภาพรวมของภาพยนต์เรื่องนี้เริ่มสั่นคลอนและสะเปะสะปะรุงรังไปหมด สุดท้ายก็ยังคงหยิบเอาสูตรสำเร็จหนังผีเดิมๆ ที่จีดีเอชเคยทำมาแล้ว อีกทั้งยังไปหยิบยืมองค์ประกอบของหนังแนวๆ นี้มาใช้สร้างสมดุลให้กับหนัง หลายคนอาจจะรู้สึกว่าหนังค่อยๆ ไต่ระดับความพีคในเรื่องราวยิ่งขึ้นไป แต่กลับมองว่าหนังยิ่งเละเทะยิ่งขึ้นๆ มากกว่า

           โดยเฉพาะช่วงราวๆ 20 นาทีสุดท้ายของภาพยนต์เรื่องนี้ กลายเป็นความนรกแตกที่เหมือนผัดกับข้าวในขั้นตอนท้ายๆ ที่มีการปรับเร่งไฟขึ้นและหยิบจับใส่เครื่องปรุงนั่นนี่ลงกระทะแบบรัวๆ จนเปลวไฟลุกฉ่า แต่ผลลัพธ์ที่พยายามจะทำให้คนดูรู้สึกตกตะลึงและหวาดผวากับตัวหนังถือว่าล้มเหลว กลับรู้สึกว่าภาพยนต์เรื่องนี้พาคนดูมาได้ไกลเอามากๆ…ไกลจนเกินไปซะด้วยซ้ำ เมื่อลองเหลียวมองหันหลังกลับไปดูจุดเริ่มต้นที่หนังได้สั่งสมเอาไว้เสียดิบดี แต่ช่วงสุดท้ายคือ…เมนูที่ดูจัดจ้านแต่รสชาติยังไม่กลมกล่อม

           เอาจริงๆแล้ว ก็ไม่อยากจะคิดไปเองว่า หรือว่า โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล หมดแพชชั่นกับการทำภาพยนต์ในแนวสยองขวัญที่เขาเคยทำเอาไว้ขึ้นหิ้งมาแล้วหรือเปล่า วิสัยทัศน์ต่างๆ ในหนังเรื่องนี้แทบไม่ค่อยเห็นความจัดจ้านในรูปแบบหนังผีของโต้งที่เคยสร้างสรรค์ออกมาเลย ถือว่าดีที่มีโปรดิวเซอร์เกาหลี นาฮงจิน มาช่วยคลุมโทนของหนังเอาไว้ได้อยู่หมัด ไม่เช่นนั้น ร่างทรง อาจจะการมีความเละเทะ ทะลุทะลวงลอยแม่น้ำโขงไปไกลได้

           แต่ถึงกระนั้นเราเองก็ต้องยอมรับฝีไม้ลายมือของทีมนักแสดงในภาพยนต์เรื่องนี้ ที่เป็นความฉลาดของหนังที่ไม่เลือกใช้ดาราที่มีชื่อเสียงมาถ่ายทอดเรื่องนี้ การใช้นักแสดงโนเนมมาสวมบทบาทก็ทำให้คนดูรู้สึกเข้าถึงคาแรกเตอร์ต่างๆ ได้ดี ต้องปรบมือให้กับ “ญดา นริลญา” ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นนักแสดงสาวที่เคยมีผลงานเล่นซีรีส์มาบ้างประปราย แต่มาในเรื่องนี้เจองานหินแต่เธอก็สู้ไม่หวั่นเช่นกัน คาแรกเตอร์ของเธอค่อนข้างหนักหน่วงพอสมควร ทั้งแอคติ้งเป็นคนทั่วไปก็ว่ายากแล้ว นี่ต้องมาเล่นเป็นคนไม่ปกติ และสีหน้า-แววตาทางการแสดงของเธอ ก็ถือว่าเกื้อกูลต่อตัวหนังได้ระดับหนึ่ง

เขย่าความหลอนกับ ร่างทรง (2021) The Medium

           แต่ว่าดาวเด่นจริงๆ ในภาพยนต์เรื่องนี้ก็คงต้องยกให้กับ “สวนีย์ อุทุมมา” คนนี้ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แม้ว่าเราจะเห็นเคยเธอรับบทตัวประกอบ-ตัวละครสมทบอยู่เรื่อยๆ แต่ฝีมือการแสดงของเธอนั้น เทียบชั้นครูได้เลย ทุกๆ ฉากที่มีเธอปรากฏตัวขึ้นมาในหนังนั้น มีพลังอย่างเหลือล้น เธอจึงกลายเป็นตัวละครที่ช่วยพยุงหนังเอาไว้ได้อย่างแท้จริง เป็นการแสดงที่ปลดปล่อยออกมาในรูปแบบน้อยแต่มาก ทั้งอินเนอร์และท่าทางออกมาเองโดยอัตโนมัติ ต้องยกให้เธอคนนี้จริงๆ

           อีกองค์ประกอบหนึ่งที่คงต้องขอชื่นชมในหนังเรื่องนี้ ก็คงจะเป็นงานออกแบบศิลป์ในฉากต่างๆ พิธีกรรมที่จัดฉากขึ้นมาดูมีมนต์ขลังในแบบที่ไม่ต้องพยายาม ทีมงานทำการบ้านในเรื่องนี้ค่อนข้างน่าพอใจ ยิ่งมาผนวกกับบรรยากาศโลเคชั่นป่าฝนริมโขง แถวพื้นที่ จ.เลย และภาคอีสานตอนบน ยิ่งเพิ่มโทนบรรยากาศของหนังให้ดูมีความเลื่อมใสอยู่ไม่น้อย

           เอาเป็นว่าในภาพรวมนั้นภาพยนต์เรื่อง ร่างทรง (2021) หรือ The Medium ยังไม่ใช่ภาพยนต์ที่สมบูรณ์แบบใดๆ การใช้สูตร Mockumentary ของหนังเกือบจะล้มเหลว ในขณะที่บทหนังก็ดูยังไม่แข็งแรงเพียงพอ หนังพยายามบิ้วท์ความกลัวและความสยองขวัญมากเกินไป เปิดเรื่องมาด้วยประเด็นที่ชัดเจนและน่าสนใจ แต่ดันเบนเข็มไปแตะต้องสูตรสำเร็จความน่ากลัวแบบเดิมๆ ที่ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกบันเทิงตามด้วยสักเท่าไหร่ จากการเปิดตัวร่างทรงแบบสวยๆ มาปิดท้ายกลายเป็นงานคนทรงที่เละเทะข้าวของกระจัดกระจายเต็มไปหมด และโดยสรุปแล้ว…ความสะพรึงของหนังก็ยังไม่ได้ดีเลิศอะไรขนาดนั้น ถ้าหากคุณสนใจหนังมาใหม่ หนังสนุกๆก็สามารถติดตามรีวิวและรับชมหนังใหม่ได้ที่…….และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ คาสิโนออนไลน์888

Les Misérables : เล มิเซราบล์ : เป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากละครเวที

Les Misérables ฌอง วัลฌองคือชายผู้ถูกล่ามโซ่ไว้กับอดีต อาชญากรรมเล็กน้อยทำให้เขากลายเป็น ‘ทาสของกฎหมาย’ เป็นเวลา 19 ปี เมื่อต้องทัณฑ์บน เขาพยายามแทงชีวิตใหม่ แต่กระดาษแผ่นหนึ่งระบุว่าเขาเป็นคนอันตรายตลอดไป การแสดงความเมตตาในภายหลังเขาพบว่าตัวเองจ่ายเงินล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา

Les Misérables

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 ทอม ฮูเปอร์ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์คลาสสิกของวิกเตอร์ ฮูโก้ ได้รับความสนใจเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุดสำหรับนักแสดงที่เป็นตัวเอก แต่ละเพลงมีพลังของคำที่ตัวละครเปล่งออกมา เมื่อพวกเขาโกรธ คุณจะรู้สึกโกรธ เมื่อพวกเขาสนุกสนาน ฤดูใบไม้ผลิ และเมื่อพวกเขาร้องไห้ ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นสีเทาหม่นหม่น

ในฐานะวัลฌอง แจ็คแมนเล่นบทต่างๆ ได้ดีมาก เขาเป็นนักโทษ เขาเป็นเจ้าของโรงงาน นายกเทศมนตรี ผู้อุปถัมภ์ พ่อบุญธรรม และวีรบุรุษ ในฐานะที่เป็นกระดาษฟอยล์สำหรับตัวเอก โครว์ในฐานะผู้คุม/สารวัตร Javert ที่ดื้อรั้นนั้นช่างดีจนน่ารำคาญ แม้ว่าจะไม่ได้มีความชัดเจนในการนำเสนอบทสนทนาเหมือนแจ็คแมน แต่เขาเสริมด้วยการเล่นวิญญาณที่ขัดแย้งกันจนถึงด้ามดาบ

Les Misérables ในทางตรงกันข้าม แอนน์ แฮททาเวย์ ไม่ได้ทิ้งผลกระทบมากนักแม้ว่าจะมีการพรรณนา (อ่าน: คร่ำครวญ) ของ Fantine ที่อ่อนแอและเป็นอันตรายถึงชีวิต อแมนดา เซย์ฟรีด (ในฐานะโคเซ็ตต์ที่อายุมากกว่า) และเอ็ดดี้ เรดเมย์น มีประสิทธิภาพ ซาชา บารอน โคเฮนและเฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์

Les Misérables

นำภัยคุกคามสุดแหวกแนวมาสู่โต๊ะอาหารอีกครั้ง Samantha Barks (ในขณะที่ Éponine) เป็นการเปิดเผย การแปลเพลง ‘On My Own‘ ของเธอนั้นมีความโลดโผนมากกว่าเพลง ‘Suddenly’ ของ Jackman ระวังคนนี้เธอจะไปไกล! ดนตรีชั้นยอด (Claude-Michel Schönberg), ภาพยนตร์ (Danny Cohen) และการออกแบบการผลิต (Eve Stewart และ Anna Lynch-Robinson) ช่วยเพิ่มประสบการณ์

หากต้องการเพลิดเพลินกับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแท้จริง ให้อดทน (ความยาวเป็นปัญหา) บากบั่น (ทั้งๆ ที่บทสนทนาร้องเพลง) และเอาชนะ (จริงๆ แล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คุณคาดหวังจากละครเพลงประวัติศาสตร์ย้อนยุค)

รีวิว Interstellar 2014 ผู้สร้าง Christopher Nolan

รีวิว Interstellar 2014 ผู้สร้าง Christopher Nolan

วันที่มองเห็น: 7 พฤศจิกายน 2557ระยะเวลา: 169 นาที พิมพ์: นิยายวิทยาศาสตร์ , ดราม่า , ผจญภัย

ผู้เขียนบท: โจนาธาน โนแลน , คริสโตเฟอร์ โนแลนผู้อำนวยการ: คริสโตเฟอร์ โนแลนการทำ: 2014 – สหราชอาณาจักร , สหรัฐอเมริกา

ในอนาคตอันใกล้ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้น ชีวิตบนโลกกำลังตกอยู่ในอันตรายเนื่องจากความแห้งแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น มนุษยชาติกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการสูญพันธุ์ จากนั้นรูหนอนที่เพิ่งค้นพบใหม่ก็กลายเป็นความหวังสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด ขึ้นอยู่กับกลุ่ม

นักสำรวจอวกาศที่จะผ่านที่นี่และเปลี่ยนมิติเพื่อเข้าถึงสถานที่ที่มนุษย์ไม่เคยสามารถเข้าถึงได้และเพื่อค้นหาที่อยู่อาศัยใหม่สำหรับมนุษย์ นักสำรวจเหล่านี้จะต้องทั้งเร็วและกล้าหาญในสภาพแวดล้อมที่ 1 ชั่วโมงมีค่าเท่ากับ 7 ปีบนโลก
กำกับการแสดงโดยผู้กำกับชาวอังกฤษ คริสโตเฟอร์ โนแลน ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในเดือนพฤศจิกายน 2014

 

รีวิว โป๊ะแตก โป๊ะ จั๊กจั่น เศร้า ความสนุกในมิติที่ 5 ถากถางซ่อนเร้น

รีวิว โป๊ะแตก หนังเรื่องนี้เข้าฉายในปี 2010 กำกับโดยพี่ม้า เรื่องราวเปิดขึ้นที่สำนักงานผู้ผลิต คุณผิงลำพระปรางค์เข้ามาอ่านตำแหน่งแม่ ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ 5-6 ตำแหน่ง สื่อบอกว่าบริษัทนี้ทำทั้งหมดปิดท้ายด้วยตำแหน่งภารโรง เป่าจมูก พ่นลม แบบ เอ่อ นี่ล้อเล่นแล้วเหรอ? จะนำโปรเจกต์หนังมานำเสนอ

ย้ำว่า “คุณปิงเข้าไปทักทายพี่หม่า เพื่อเสนอโครงการหนัง” เนื้อหาในอีก 10 นาทีข้างหน้ามีแค่นั้นจริงๆ ที่เหลือก็เหมือนนั่งคุยกันแล้วเปิดกล้องฟรีแล้วเอาไปสร้างเป็นหนัง ฉากนี้มีคุณชาย โจอี้ ได้โปรดยิ้มด้วย ส่วนตัวชอบคุณโจอี้มาก แต่ฉากนี้พี่นั่งข้างหลัง มีคำถามว่า อ้าว มาทำไม เหมือนแม่โทรมาบอกว่า เฮ้ย โจอี้ เข้ามาสิ

รีวิว โป๊ะแตก โป๊ะ จั๊กจั่น เศร้า ความสนุกในมิติที่ 5 ถากถางซ่อนเร้น

ชวนกินยำแล้วมาแต่พี่หม่ำติดถ่ายเลยนั่งรอเวลา ตั้งฉาก แล้วคุณแอนนา ชวนชื่น ก็ยืนขึ้นด้วย ไม่มีอะไรทำ ระหว่าง คุณผิงเจรจากับพี่แหม่มขออนุมัติสร้างหนัง คุณโจอี้ ดื่มโค้กแล้วส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด (ตอนนั้นมีโฆษณาโค้กดังอยู่) คุณเอาโค้กมาเองหรือเปล่า แล้วเขาก็นึกถึง ตลกสด ไม่เกี่ยวอะไร สุดท้ายโจอี้โดนไล่กินโค้ก คุณแอนนามากินโค้กอีกแล้ว หึหึ

รีวิว โป๊ะแตก โป๊ะ จั๊กจั่น เศร้า ความสนุกในมิติที่ 5 ถากถางซ่อนเร้น

เรื่องราวปูทางไปแต่ยังฉากเดิมที่พ่อเทพมาขออนุมัติโครงการ เขาเข้ามาขอความเห็นชอบเกี่ยวกับจิ้งจกด้วย ทำไมคุณถึงหนีจากฉัน ซึ่งที่นี่ฉันคิดว่าเฮฮา เป็นซิกเนเจอร์ของหลวงพ่อเทพ เลยขำแล้วยังพูดให้งง สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการไม่อนุญาติให้สร้างหนัง แต่จะยอมให้ป๊ามาเล่นหนังที่พี่ม้ากำกับ ซึ่งการทำหนังทับหนัง ผมคิดว่าจุดขายและเรื่องตลกอยู่ที่กระบวนการสร้างหนังมันแย่ขนาดไหนและล่าสุดมีการรายจากพรีเมียร์ลีกว่า Kylian Mbappe ต้องการออกจากสโมสร PSG และมีทีม Real Madrid สนใจอยู่