ลูกชายอดีตกำนัน บุกยิงเจ้าของปั๊มเสียชีวิต เมียร้องไห้นั่งเฝ้าศพ

ลูกชายอดีตกำนัน บุกยิงเจ้าของปั๊มเสียชีวิต เมียร้องไห้นั่งเฝ้าศพ นักข่าวรายงาน ว่า (5 พ.ค. 63) เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง ว่า มีเหตุยิงกันตาย บริเวณหลังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในหมู่ที่ 1 ต.ทุ่ง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

ในที่เกิดเหตุ ทางด้านหลังเป็นบ้านพักของผู้ตาย พบศพของ นายวัชระ อายุประมาณ 53 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดลูกโม่ เข้าที่ขมับด้านซ้าย 1 นัด และที่มือซ้าย เสียชีวิตในสภาพนอนตะแคงซ้าย ใส่เสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสั้น ข้างๆศพมี นางนาตยา ภรรยานั่งร้องไห้อยู่บนเก้าอี้

โดย พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี  บอกว่า จากสอบสวน นางนาตยา อายุ 30 ปี ภรรยาของผู้ตาย เบื้องต้นทราบว่า ช่วงเช้าได้มีคนร้าย 2 คน ซึ่งเป็นลูกชายของอดีตกำนันคนดัง ได้เข้ามาพูดคุยกับผู้ตายเกี่ยวกับเรื่องปัญหาหนี้สินที่ติดค้างกันอยู่  แต่ว่าผู้ตายยังไม่สามารถคืนให้ได้ เนื่องจากว่า กิจการปั๊มน้ำมันเจอกับปัญหาเศรษฐกิจต้องปิดให้บริการมากว่า 4 เดือน

ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธปืนที่พกมายิงใส่ผู้ตาย 1 นัด ก่อนที่จะขับรถกระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีเทา ไม่ทราบเลขทะเบียน หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

วัยรุ่นผูกคอตาย พร้อมทิ้งปริศนา ที่ใช้เลือดในการวาดสัญลักษณ์บนพื้นห้อง

            วัยรุ่นผูกคอตาย พร้อมทิ้งปริศนา ที่ใช้เลือดในการวาดสัญลักษณ์บนพื้นห้อง วันที่ 4 พ.ค. 63  ร.ต.อ.อำนาจ สุวรรณชาติ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หล่มเก่า ได้รับแจ้งว่ามีคนก่อเหตุฆ่าตัวตาย ที่ ต.นาซำ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ จึงได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อม แพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชหล่มเก่าและอาสาร่วมกตัญญู ในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย ชื่อ นายเอก (นามสมุติ) อายุประมาณ 17 ปี

ซึ่งใช้เชือกผูกคอตัวเอง จนเสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งที่ ต.นาซำ อ.หล่มเก่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ (3 พ.ค. 63)  เวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา จากกการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ใดๆ พบว่าที่แขนผู้ตายมีร่องรอยของของมีคมกรีดเอาไว้ นอกจากนี้ ที่บริเวณพื้นห้อง ยังพบสัญลักษณ์ประหลาดๆ เป็นรูปดาวอยู่ในวงกลม ที่ผู้ตายใช้เลือด เขียนทิ้งเอาไว้ที่พื้นห้องนั่นเอง

จากการสอบถาม พ่อของผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายเป็นเด็กนักเรียน ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หล่มเก่า แต่ไม่ยอมไปเรียนหนังสือเพราะว่าติดเกมส์ จะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอน เพื่อเล่นเกมส์เป็นเวลา 3 เดือน โดยถ้าหากว่าหิวข้าวก็จะออกมาขอเงินไปซื้อกิน วันที่เกิดเหตุไม่ยอมออกมาจากห้อง พ่อเห็นว่ามืดแล้ว ทำไมไม่ยอมออกมาจากห้องเลย  จึงเปิดประตูเข้าไปดู พบว่าผู้ตายใช้เชือกสีแดง ผูกคอตายอยู่ภายในห้อง

โดยวันนี้ทางญาติๆ ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านเช่า โดยบรรยากาศของงานก็เป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ  ทางญาติสงสัยว่าผู้ตายก่อเหตุฆ่าตัวตายเพราะเล่นเกมส์อะไรกันแน่ หรือเนื้อหาของเกมส์ที่เล่นจะมีความรุนแรง หรือมีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับพิธีบูชายันต์อะไรหรือไม่ โดยคาดเดาจากสัญลักษณ์ที่ผู้ตายทิ้งเอาไว้บนพื้นกลางห้องนั่นเอง

ลูกชาย เห็นต้นไม้ใหญ่ล้มไปทางพ่อ กระโดดเข้าไปขวางยอมตายแทน

ลูกชาย เห็นต้นไม้ใหญ่ล้มไปทางพ่อ กระโดดเข้าไปขวางยอมตายแทน (2 พฤษภาคม 63) เมื่อเวลาประมาณ  17.00 น. ร.ต.อ.สกนธิ์ เชี่ยววิจิตร พนักงานสอบสวน สภ.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งว่ามีเหตุต้นไม้ล้มทับคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณบ้านใหม่เขาน้อย  หมู่ที่ 13  ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

หลังจากที่ได้รับแจ้งจึงรีบเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ  ในที่เกิดเหตุ พบศพของ นายสมคิด อายุประมาณ 53 ปี เสียชีวิตอยู่ข้างๆต้นตระกู ขนาดลำต้น 2 คนโอบ ที่ถูกตัดล้มลงมาทับจนทำให้เสียชีวิต

ในที่เกิดเหตุยังพบผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ นั่นก็คือ นายเพลิน อายุประมาณ 73 ปี พ่อของนายสมคิด ผู้ที่เสียชีวิต โดยได้รับบาดเจ็บแขน-ขาถลอก เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลแล้วนำส่ง รพ.วังทอง โดยทันที

จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ทราบว่า ในขณะเกิดเหตุนั้น นายสมคิด ผู้ที่เสียชีวิต พร้อมกับพ่อและเพื่อนบ้าน รวม 5 คน ได้มาช่วยกันตัดต้นตระกูที่อยู่ในนาของนายสมคิด เพื่อเตรียมพื้นที่ในการทำนาครั้งใหม่  ที่จะเริ่มในช่วงฤดูฝนนี้นั่นเอง

ในขณะเกิดเหตุนั้น นายสมคิด ได้เป็นคนตัดและเห็นว่าต้นไม้กำลังจะล้มไปทางที่นายเพลิน ยืนอยู่ จึงได้กระโดดโอบกอดพ่อ พร้อมกับผลักออกจากรัศมีต้นไม้ ทำให้ตนเองถูกต้นไม้ล้มทับที่บริเวณหัวจนตายคาที่  เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำศพนายสมคิด ไปทำการชันสูตรที่ โรงพยาบาลวังทอง ก่อนที่จะทำการมอบร่างให้ทางญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไปนั่นเอง

ตำรวจ ช่วย 5 ชีวิต ซ้อนรถคันเดียว หนีความยากลำบากจากภูเก็ตกลับยะลา

ตำรวจ ช่วย 5 ชีวิต ซ้อนรถคันเดียว หนีความยากลำบากจากภูเก็ตกลับยะลา ในภายหลัง จ.ภูเก็ต ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ติดค้างสามารถกลับภูมิลำเนา พบว่ามีประชาชนหลายๆคน ทยอยเดินทางออกจากพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากว่าหลายๆครอบครัวไม่มีงานทำ และขาดรายได้นานนับเดือน

ในขณะที่แฟนเพจ ” KNIGHTS BORDER ” เปิดเผยภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 63 ซึ่งครอบครัวหนึ่ง มีพ่อ แม่และลูกๆ รวมกัน 5 ชีวิต ซ้อนรถมอเตอร์ไซค์คันเดียวกัน เดินทางข้ามจังหวัด ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง เจอในระหว่างทาง (พื้นที่จังหวัดกระบี่) จึงสอบถามด้วยความห่วงใยและรู้ว่าครอบครัวนี้เป็นพี่น้องไทยมุสลิม ก่อนหน้าประกอบอาชีพรับจ้าง หลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของโรค ก็เลยทำให้ไม่มีงานทำ จึงจำเป็นต้องหอบลูกๆอีก 3 คน เดินทางกลับ จ.ยะลา ด้วยรถมอเตอร์ไซค์เพียงคันเดียว

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้เรื่องทั้งหมด จึงอาสาแม่และลูกๆขึ้นรถยนต์ เพื่อความปลอดภัย ก่อนที่จะนำส่งยังจุดหมายปลายทาง หลังจากที่เรื่องราวนี้ มีการเผยแพร่ออกไป คนส่วนใหญ่ต่างก็ชื่นชมเจ้าหน้าที่ ที่ได้ช่วยเหลือครอบครัวนี้ ที่ต้องพบเจอกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตในช่วงวิกฤตโควิด-19 แบบนี้

 

ตำรวจ ช่วย 5 ชีวิต ซ้อนรถคันเดียว หนีความยากลำบากจากภูเก็ตกลับยะลา

 

ตำรวจ ช่วย 5 ชีวิต ซ้อนรถคันเดียว หนีความยากลำบากจากภูเก็ตกลับยะลา