รถเก๋งชน ช้างป่า ที่หากินกลางดึก รถพังยับ เจ้าหน้าที่เร่งตามหา

          ช้างป่าในเขตพื้นที่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ออกมาหากิน เจอรถเก๋งชนในขณะที่เดินข้ามถนนช่วงกลางดึก ทำให้รถเก๋งพังยับเยิน ส่วนช้างป่าได้รับบาดเจ็บ ตกใจวิ่งหนีเข้าป่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เร่งติดตามตัว

             วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 เมื่อเวลา 22.00 น.  เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมจุด โนนดินแดง รับแจ้งว่ามีเหตุ รถเก๋งชน ช้างป่า ในขณะช้างกำลังเดินข้ามถนน ภายในที่เกิดเหตุบริเวณแยกทางเข้าหมู่บ้านฐานเจ้าป่า-หนองบอน ถนนสาย 348 โนนดินแดง-ตาพระยา อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ซ สีน้ำเงิน สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย กระจกหน้าร้าวแตก แต่คนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

              ข้อมูลจากเพจ Facebook  “ฅนรักดงใหญ่” แจ้งว่าในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ช้างป่าจะชอบออกมากินไผ่ ผู้ขับขี่ที่ใช้เส้นทาง หมายเลข 348 ขอความกรุณาขับรถช้าๆ เพราะว่าอาจจะมีช้างป่าข้ามถนนเพื่อออกหากิน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 03.00 น.

             สำหรับเส้นทางนี้มีความยาวราวๆ 20 กม. โดยนับตั้งแต่ด่านตรวจบ้านหนองเสม็ดจนถึงอนุสาวรีย์เราสู้ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เส้นทางที่มีกนี่จะมีช้างป่า ข้ามถนนออกมาหากินอยู่เป็นประจำ ขอความกรุณาขับรถช้าๆ อย่างระมัดระวังด้วยนะครับ

              เบื้องต้น ทาง เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่  มีป้ายเตือนอยู่เป็นระยะ ให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ระมัดระวังช้างป่าข้ามถนน แต่ช่วงกลางคืน ถนนสายนี้มืด ทำให้ผู้ขับขี่อาจจะมองไม่เห็นช้าง ส่วนช้างที่ถูกรถชน  ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ฯ  อยู่ในระหว่างติดตามตัวเพื่อตรวจสอบบาดแผล และหาวิธีรักษาต่อไป

นายช่าง กราดยิงเพื่อนร่วมงาน เสียชีวิต จำนวน 3 ราย บาดเจ็บ 1 คน 

            นายช่าง ประจำสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.พิษณุโลก ชักปืน กราดยิงเพื่อนร่วมงาน เสียชีวิต จำนวน 3 ราย บาดเจ็บ 1 คน 

            นักข่าวรายงานว่า (27 พฤษภาคม 2563) เมื่อเวลา 11.00 น. เกิดเหตุ นายวิม นายช่าง ประจำสถานีวิทยุวิทยุฯแห่งประเทศไทย จ.พิษณุโลก ใช้อาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก ขนาด 9 มม

            และ .38 กราดยิงเพื่อนร่วมงาน มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย บาดเจ็บ 1 คน เหตุเกิดที่ สวท.จ.พิษณุโลก 137/1  หมู่ที่ 5 บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทั้งนี้ มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุรอมอบตัวหลังจากเกิดเหตุ

            โดยผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ประกอบไปด้วย  1.นายสานิตย์ ผอ.สวท.พิษณุโลก เสียชีวิตด้านข้างสถานี  2.นายภูมิศรัณญ์ ช่างไฟฟ้า เสียชีวิตอยู่ภายในห้องส่ง 3.นายจิราวุฒิ ช่างไฟฟ้า เสียชีวิตอยู่ภายในห้องโถง ขณะที่ นายปรุง ได้รับบาดเจ็บนั่นเอง

             เบื้องต้น คาดว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากปัญหาส่วนตัวภายในที่ทำงาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลตัวผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังไม่ให้ผู้ต้องหาฆ่าตัวตาย

 

 

 

ผลตรวจ ดีเอ็นเอ ออกแล้ว ยืนยันว่า น้องอิ่มบุญ เป็นลูกแท้ๆของ แม่ปุ๊ก

             ผลการตรวจ ดีเอ็นเอ ออกมาแล้ว ยืนยันว่า น้องอิ่มบุญ  เป็นลูกแท้ๆในสายเลือดของ  แม่ปุ๊ก 

             นักข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอ ออกมาแล้ว ยืนยันว่า น.ส. นิษฐา หรือ แม่ปุ๊ก กับ น้องอิ่มบุญ เป็นแม่ลูกแท้ๆ โดยสายเลือด

              สำหรับ น.ส.นิษฐา หรือ แม่ปุ๊ก อายุประมาณ 29 ปี มีพฤติกรรมที่ต้องสงสัยว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตที่ผิดปกติของ ด.ญ.อมยิ้ม วัยเพียง 4 ขวบ ลูกบุญธรรม และ ด.ช.อิ่มบุญ วัยเพียง 2 ขวบ ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ล้มป่วยด้วยอาการที่มีความผิดปกติ ในลักษณะเดียวกัน

             โดยทางพนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆทางนิติวิทยาศาสตร์ หนึ่งในนั้น ก็คือ การพิสูจน์ความเป็นแม่ลูกของ น.ส.นิษฐา และ ด.ช.อิ่มบุญ วัย 2 ขวบ ว่าเป็นแม่ลูกกันโดยกำเนิดหรือไม่ โดยให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิสูจน์การตรวจ DNA  เพื่อเป็นการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลนั่นเอง

หลวงตา ลงมือทำอนาจาร เด็กหญิง 2 คน แล้วหนีคดีไปอยู่วัดอื่น

           จับสึก หลวงตา จังหวัดอุดรธานี ลงมือกระทำอนาจาร 2 เด็กหญิง โดยได้ออกอุบายอ้าง ว่า ให้มานั่งสมาธิที่กุฏิ แล้วย้ายวัดหนีคดีนานหลายปี

           เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายทองอินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ 64 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลหนองคาย จำนวน 2 หมาย ในความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากการปกครองดูแล ของพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อการอนาจาร , กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยจับกุมได้ที่ หน้ากุฏิบริเวณภายในวัดแห่งหนึ่งใน ต.บ้านตาด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี

           ผู้ต้องหาได้บวชเป็นพระที่วัดใน อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู  จนวันที่ (28 ต.ค. 55) ขณะที่ผู้ต้องหาจำวัดอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.หนองคาย ผู้ต้องหาได้ออกอุบายให้ ด.ช.เกรียงไกร (สงวนนามสกุล) ไปตาม ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) มาพบที่วัด และในขณะที่ ด.ช.เกรียงไกร ไปตาม ด.ญ.เอ ด.ช.เกรียงไกร ได้ไปเจอกับ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) จึงได้พาทั้งสองคนมาพบผู้ต้องหาที่วัดนั่นเอง

             จากนั้นผู้ต้องหาได้ให้ขนมกับเด็กหญิงทั้ง 2 คน และได้ทำการออกอุบายเอาเงินให้ ด.ช.เกรียงไกร ไปซื้อลูกขนไก่มาเพื่อเล่นตีแบด แต่ให้ ด.ญ.เอ และ ด.ญ.บี รออยู่ที่วัดกับตน

            จากนั้นผู้ต้องหาได้พาเด็กทั้งสองคนไปทำอานาจาร โดยหลอกทำทีให้ ด.ญ.เอ และ ด.ญ.บี นั่งสมาธิแล้วหลับตา จนเด็กทั้งสองวิ่งหนีออกมาและผู้ต้องหาได้กำชับเด็กทั้งสองว่าห้ามเอาเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไปเล่าให้ใครฟัง จนหลังจากผู้ปกครองของเด็กทราบเรื่อง จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.นางิ้ว

            ต่อมา ชุดสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้ทำการหลบหนีมาอยู่ที่วัดใน จ.อุดรธานี จึงเดินทางไปเพื่อทำการตรวจสอบ และพบผู้ต้องหาอยู่บริเวณหน้ากุฏิภายในวัดนี้ จึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน .สภ.นางิ้ว จ.หนองคาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่ในเบื้องต้นทางผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ

สุดสลด ชายสูงอายุ ล้มขณะที่กำลังลงรถเมล์ ถูกล้อทับหัว เสียชีวิตคาที่

           เกิดเหตุสุดสลด ชายสูงอายุ สะดุดล้ม ในขณะที่กำลังจะเดินลงมาจากรถเมล์ สาย 140 ถูกล้อรถทับหัว เสียชีวิตคาที่ ใต้ทางด่วน บนถนนสุขสวัสดิ์ กรุงเทพฯ

           อาสาสมัครร่วมด้วยช่วยกัน พร้อมอาสาสมัครร่วมกตัญญูและเจ้าหน้าที่ที่มีความเกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบ อุบัติเหตุ บนถนนสุขสวัสดิ์ ขาเข้า บริเวณใต้ทางด่วน กม.9 จุดเกิดเหตุ พบรถประจำทาง สาย 140  เลขทะเบียน 16-1244 กรุงเทพฯ สีเหลือง วิ่งระหว่าง อนุสาวรีย์ชัย-มหาชัย เลขข้างรถ 140-8 จอดอยู่ โดยมีชาย 1 ราย นอนเสียชีวิต ใต้รถเมล์คันนี้

            จากการสำรวจพบบัตรประชาชนของชายรายนี้ ชื่อ นายฮิม อายุประมาณ 91 ปี เบื้องต้น ทราบว่าสาเหตุเกิดจากที่ผู้ตายได้ก้าวขาลงจากรถประจำทาง แต่ในระหว่างนั้น เกิดสะดุดล้มในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัว จึงทำให้ล้อของรถเหยียบศีรษะของผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

             อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ร.ต.ท.อดิคม แสวงจิตย์ ร้อยเวรสอบสวนสน.ราษฎร์บูรณะ ได้ทำการลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ พร้อมทั้งทำการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นคร 66 เคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิต โดยทำการบันทึกภาพ พิมพ์ลายนิ้วมือ ที่ สน. ก่อนที่จะนำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อให้ญาตินำศพ กลับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

 

ยังไม่พบ DNA ของผู้อื่นปะปนในศพ น้องชมพู่ ตั้งรางวัลนำจับ 1 แสน

          พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. พูดปฏิเสธกระแสข่าวจับกุมคนร้ายก่อเหตุลักพาตัว “น้องชมพู่” เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ไปฆาตกรรม บนภูเหล็กไฟ ภายในพื้นที่ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร พร้อมบอกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ยังคงเร่งหาพยานหลักฐานทางคดี อย่าง เสื้อกล้ามที่น้องชมพู่สวมใส่ในวันที่เกิดเหตุ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ เพราะว่า ผลชันสูตรศพจนถึงตอนนี้ ยังไม่พบ ดีเอ็นเอ ของบุคคลอื่นปะปนอยู่เลย

            โดยอาจจะเป็นเพราะ สภาพศพที่เสียชีวิตในลักษณะเปลือยและถูกทิ้งไว้ในป่าเป็นเวลานาน ก็อาจจะทำให้หลักฐานเสื่อมสภาพลง หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมส่งกางเกงขาสั้นของน้องชมพู่ ที่พบอยู่ห่างจากศพ ประมาณ 40 เมตร ให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานกลางดำเนินการเพื่อทำการตรวจสอบในห้องปฏิบั ติการอย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีร่องรอยของคนร้ายหลงอยู่หรือไม่นั่นเอง

           รอง ผบ.ตร. บอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมคัดกรองบุคคลภายนอกที่ผ่านเข้า-ออก หมู่บ้านกกตูม ในช่วงเวลาที่น้องชมพู่หายตัวไป นั่นก็คือ ตั้งแต่เช้าของวันที่ 11 พ.ค. จนถึง ค่ำวันที่ 14 พ.ค. 63 โดยจะมีการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่บริเวณบนถนนสายหลัก และตรวจสอบจากทะเบียนประวัติที่ด่านตรวจโควิด แยกเต่างอย ห่างจากบ้านของ น้องชมพู่ ประมาณ 5 กม.

           ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจากหลายๆหน่วย ยังระดมกำลังกันอย่างเต็มความสามารถ เพื่อทำการค้นหาเบาะแสของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุลักพาตัวน้องชมพู่ไปฆาตกรรม ล่าสุดมีการตั้งรางวัลนำจับคนร้าย 100,000 บาท และตั้งรางวัลให้กับคนที่พบเสื้อที่น้องชมพู่ใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชื้นสำคัญอีก 100,000 บาท ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเชิญตัวไปสอบปากคำ พร้อมทั้งเก็บดีเอ็นเอเอาไว้ก่อนหน้านี้ ยังมีการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่ก็พบว่าทั้งหมดยังใช้ชีวิตอยู่ตามปกติภายในหมู่บ้าน

ผัวไม่โกรธ แม้ว่านิ้วเกือบขาด เมาเหล้า ขอเมียมีเพศสัมพันธ์ ล้วงไปเจอมีด

           ผัวเมาจะ ขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่เมียไม่ยินยอม ลุกขึ้นไปหยิบมีดมานอนกอด ขู่แล้วแต่ยังจะล้วงเจอมีดบาดนิ้วเกือบขาด

           จากกรณีที่เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน ได้รับแจ้งเหตุ ว่ามีคนถูกอาวุธมีดบาดได้รับบาดเจ็บ บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  ชื่อ นายโสภณ อายุประมาณ 52 ปี ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง บริเวณนิ้วนางและนิ้วก้อยข้างซ้าย ถูกมีดบาดเกือบขาด

           เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ โดยมี น.ส. แก้ว อายุประมาณ  56 ปี ผู้เป็นภรรยา ยืนอยู่พร้อมทั้งด่าทอสามี โดยในมือได้ถือมีดปอกผลไม้เอาไว้ด้วย

           ล่าสุด (21 พฤษภาคม 2563) ช่วงเช้าที่ผ่านมา นักข่าวได้เข้าไปทำาการสอบถาม น.ส. แก้ว วัย 56 ปี ภรรยาของคนเจ็บ ถึงสาเหตุการเกิดเรื่องทราบว่า ในช่วงที่เกิดเหตุ ขณะที่กำลังนอนหลับอยู่นั้น สามีกินเหล้าอยู่หน้าบ้าน ก่อนที่จะเข้ามาขอมีอะไรด้วย

           ซึ่งตนไม่อยากมี สามีก็เอามือมาล้วงหน้าอกตน จึงไปหยิบมีดมานอนกอด เพื่อที่จะขู่สามีให้หยุด ทางสามียังจะเอามือมาล้วงหน้าอกอีก จึงถูกมีดที่ตนถือบาด จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

            ทางด้าน นายโสภณ  วัย 52 ปี ผู้บาดเจ็บ  บอกว่า ยอมรับว่ากินเหล้าจริง แล้วเข้าไปจะขอมีอะไรกับภรรยา แต่ภรรยาไม่ยอมจึงถูกมีดที่ภรรยาถือเอาไว้บาดจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่ง ตนทำงาน เงินที่ได้มาก็ให้ภรรยาจนหมด ถามว่าจะเลิกกันไหม คงไม่เพราะว่าอยู่กินกันมาหลายปี อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกัน ซึ่งตนไม่ติดใจเอาความต่อกัน จึงไม่ได้แจ้งความเป็นคดี แต่อย่างใด

สูกสาว แจ้งจับ พ่อชั่ว ข่มขืนตั้งแต่ 11 ขวบ พ่อบังคับให้ทำแท้ง

           สาว 18 สุดโชคร้าย ต้องอยู่กับพ่อที่ความชั่วฝังในสันดาน ข่มขืนตั้งแต่ อายุประมาณ 11 ขวบ จนเป็นสาว อายุ 17 ปี เกิดท้อง พ่อบังคับให้ทำแท้ง ด้วยวิธีการฉีดยาเข้าไปที่ช่องคลอด สุดแสนทรมาน ล่าสุดเด็กสาวทนต่อไปอีกไม่ไหว จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือ

          วันที่ 19 พฤษภาคม 2563  เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.  ร.ต.อ.ศตวรรษ มาใจวงศ์ รอง สว.สส.สภ.เมือง จ.ลำพูน พร้อมพวก นำหมายจับเลขที่ จ 109/63  ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 63 ทำการจับกุม นายชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ที่บ้าน หมู่ที่ 2 ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน  พร้อมแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราบุคคลอายุไม่เกิน 13 ปี

           ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ขำแก้ว ผกก.สภ.เมืองลำพูน ได้รับแจ้งความจาก น.ส.บี (นามสมมติ) อายุประมาณ 18 ปี ขอให้ทำการจับกุม นายชาติ ผู้เป็นพ่อแท้ๆของตนเอง เนื่องจากได้ทำการล่วงละเมิดทางเพศมาแล้วหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ปี 54  จนถึงปัจจุบัน อายุครบ 18 ปีแล้ว

ก็ยังถูกล่วงละเมิดทางเพศอีก โดยเด็กสาวบอกว่า ตอนอายุ 11 ขวบ ได้ถูกผู้เป็นพ่อ อาศัยช่วงที่แม่ไปทำงานตอนเย็น พาไปอาบน้ำ ตอนแรกก็ใช้นิ้ว จนกระทั่งต่อมาได้ใช้อวัยวะเพศสอดใส่ อาทิตย์ละ 3 ครั้ง

           ต่อมาปี 55 พ่อต้องโทษคดีพยายามฆ่าผู้อื่นจนพ้นโทษออกมา พอออกจากคุกมาได้ไม่นานก็หย่ากับแม่ ตนต้องอยู่กับพ่อตามลำพัง ซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ม.2 ถูกพ่อล่วงละเมิดทางเพศ เฉลี่ยอาทิตย์ละประมาณ 2 ครั้ง

            โดยอ้างว่าแค้นที่แม่ขอหย่าไปและมีแฟนใหม่ จึงมาลงกับลูก จากนั้น นายชาติ มีเมียใหม่อยู่กินกัน แต่ในระหว่างที่อยู่กับเมียใหม่ พ่อก็ยังหาโอกาสพาตนออกจากบ้านช่วงเย็น ไปข่มขืนที่ป่าละเมาะข้างทางหรือป่าสวนลำไยอีก

          “จนปี 2562 ตั้งครรภ์ พ่อจึงบังคับให้ทำแท้ง โดยให้ฉีดยาเข้าไปในช่องคลอด เจ็บปวดทรมานมาก จนแท้งลูกในที่สุด หลังจากนั้นพ่อได้เอาลูกไปทิ้ง โดยใช้สายสิญจน์พันรอบศพทารก แต่ตนไม่รู้ว่าเอาไปทิ้งที่ไหน”

          นักข่าวรายงานว่า หลังจากที่ลูกสาวได้ไปปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก จนกระทั่งมีการออกหมายจับพ่อชั่วรายนี้มาดำเนินคดี

 

คนขับรถส่งของ โชคร้าย จอดรถเปิดประตูส่งของ โดนรถหกล้อชน เสียชีวิต

         คนขับรถส่งของ วัย 44 เคราะห์ร้าย ลงมาเปิดประตูท้ายรถเพื่อลงสินค้า ขณะเดินอยู่ข้างรถถูกรถบรรทุกหกล้อที่ขับเข้าโค้งมาเฉี่ยวชน เบียดอัดร่างไปกับด้านข้างรถ เสียชีวิตคาที่

        วันนี้ (19 พฤษภาคม 2563 ) เมื่อเวลา 09.00 น.  ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมกับหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าไปทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ รถเฉี่ยวชนคนเสียชีวิต บริเวณโค้งข้าวต้มบรรจบ ถนนสิริโสธร ขาเข้าบางปะกง หมู่ 7 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง

         พบร่างของ นายนิวัตร์ ประสิทธิ์บุญย์ อายุประมาณ 44 ปี เสียชีวิตอยู่ข้างๆรถบรรทุกหกล้อ ฮีโน่ สีขาว เลขทะเบียน 90-2455 กรุงเทพฯ  จอดอยู่ข้างทางใกล้กันนั้น พบรถบรรทุกหกล้อ อีซูซุ สีขาว เลขทะเบียน 83-2199 สมุทรปราการ มีร่องรอยของการเฉี่ยวชนข้างรถฝั่งด้านซ้าย ซึ่งมี นายชนะ แช่มสอาด อายุประมาณ 52 ปี เป็นคนขับ

         สอบสวน นายชนะ ให้การว่าในขณะที่ตนกำลังขับรถมุ่งหน้ามาบางปะกง พอมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้งเห็น นายนิวัตร์ ผู้ตายกำลังเปิดประตูท้ายรถแล้วเดินมาข้างรถซึ่งตนพยายามที่จะหักหลบ แต่ก็หักออกไม่ได้เนื่องจากมีรถพ่วง 18 ล้อ ขับตีคู่มานั่นเอง

           ทำให้ขับเบียด แล้วเกิดการเฉี่ยวชนรถพร้อมกับร่างของ นายนิวัตร์ เป็นเหตุทำให้นายนิวัตร์ เสียชีวิตในทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในที่เกิดเหตุอีกครั้ง

          ส่วนคนที่มากับ นายนิวัตร์ ให้การว่าหลังจากนายนิวัตร์ ขับรถมาจอดบริเวณหน้าร้านค้าเพื่อที่จะทำการลงสินค้า นายนิวัตร์ ได้เดินไปเปิดประตูท้ายรถผลักออกไปทางด้านข้าง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีรถบรรทุกหกล้อขับเข้าโค้งมาพอดี ทำให้เกิดการเฉี่ยวและชนเบียดร่างของ นายนิวัตร์ จนเสียชีวิตนั่นเอง

ชิงเงิน 1 ล้านบาท สาวสหกรณ์การเกษตร หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาเชียงแสน

        โจรสวมหมวกกันน็อกบุก ชิงเงินสด กว่า 1,050,000 บาท จาก สาวสหกรณ์การเกษตร เชียงแสน ด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ ในขณะที่มาเบิกเงินเตรียมไปซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้คนร้ายลงมืออุกอาจมาก สั่งเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว

         เมื่อเวลาประมาณ 09.45 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 พนักงานวิทยุ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้รับแจ้งเหตุ ว่ามีการชิงทรัพย์ที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาเชียงแสน ริมถนนพหลโยธิน จึงรายงานให้ พันตำรวจเอก ศตศักดิ์ พิมลทิพย์ ผกก.สภ.เชียงแสน , พ.ต.ท.มนตรี ภูมิสอาด รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.วรเทพ คำดี สวป., ร.ต.อ.อดุลย รักษาดี รอง สว.สส. และ ร.ต.ท.ทองพูน ทองไหล รอง สว.สส.รีบเข้าไปตรวจสอบ

         ภายในที่เกิดเหตุ พบ พ.ต.ท.สำรวจ สมาน สารวัตรด่าน ตม.เชียงแสน และนายชัยวัฒน์ พรหมมณี ผู้จัดการของธนาคารกรุงเทพ กำลังทำารสอบถามเหตุการณ์จาก นางวัชรินทร์ บรรจงเลขา อายุประมาณ 46 ปี บ้านเลขที่ 209 ม.12 ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบัญชีของสหกรณ์การเกษตรเชียงแสน อยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

         นางวัชรินทร์  เล่าว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายจากทางสหกรณ์การเกษตร ให้มาเบิกเงินจำนวน 1,050,000 บาท หลังจากที่ตนเบิกเงินแล้ว ได้นำถุงใส่เงินมาขึ้นรถอีซูซุ สี่ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กต 582 เชียงราย เพื่อจะกลับที่ทำงาน

          โดยมี นายขจร ริยะสาร เป็นคนขับรถนั่งรออยู่ภายในรถ จากนั้นได้มีชายสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า เข้ามาเคาะที่กระจกประตูด้านที่ตนนั่ง ตนก็เปิดประตูแล้วถามว่ามีอะไร ชายคนนั้นสะพายเป้โดยที่มือล้วงอยู่ในกระเป๋าเป้ พร้อมทั้งเอื้อมมือคว้าถุงเงินที่ตนวางเอาไว้ที่หน้าคอนโซลรถไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำการชักปืนออกมาจากกระเป๋าเป้ และตะโกนบอกห้ามตามมา จากนั้นได้วิ่งอ้อมไปหลังรถ ซึ่งมีคนร้ายอีกคนขี่รถมอเตอร์ไซค์มารอรับอยู่ ขี่ไปทางซอยข้างร้านทวียนต์อย่างรวดเร็ว

         นางแสงสุนีย์ นุชัย ผู้จัดการฯ  ซึ่งได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ บอกว่า ทางสหกรณ์ต้องเบิกเงินทุกๆวันเพื่อที่จะได้นำไปซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาที่เป็นสมาชิกของทางสหกรณ์ โดยจะมาเบิกทุกวัน แต่จำนวนเงินที่เบิกนั้นจะไม่เท่ากันในแต่ละวัน และเบิกจากหลายๆธนาคาร

         ด้านนายธนกร วงค์วิชัย อายุประมาณ 61 ปี ซึ่งเปิดแผงพระอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียงแค่ 10 เมตร เล่าว่า ในขณะที่นั่งอยู่ที่แผง เห็นชายสวมหมวกกันน็อกปิดหน้า วิ่งถือถุงอยู่หลังรถอีซูซุที่จอดหน้าธนาคาร  มาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีชายขับรถรออยู่ แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

        พ.ต.อ.ศตศักดิ์ พิมลทิพย์ ผกก.สภ.เชียงแสน  เผยว่า คนร้ายรายนี้ลงมืออุกอาจมาก ตนได้สั่งการให้ชุดสายสืบและสายตรวจออก เร่งออกตามล่า ติดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี ซึ่งคนร้ายได้ทิ้งหมวกกันน็อกไว้ที่ถนนซอยหลังธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พร้อมสั่งให้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง คาดว่า น่าจะรู้ตัวคนร้ายเร็วๆนี้อย่างแน่นอน