ทหารเรือ เปิดเผยภาพ อาคารกักตัว ถามหลายๆคนเสี่ยงเพื่อคุณ

ทหารเรือ เปิดเผยภาพ อาคารกักตัว ถามหลายๆคนเสี่ยงเพื่อคุณ จากกรณีที่มีกลุ่มคนไทยกว่าร้อยๆคน ที่ได้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ มาถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และได้ทำการปฏิเสธที่จะเข้ามารับการกักตัวตามมาตรการของทางรัฐบาล ในสถานที่ที่จัดไว้เพื่อเป็นการรอรับที่ อ.สัตหีบ และ โรงแรมอีกทั้งหมด 2 แห่ง ในกรุงเทพฯ โดยมีการอ้างว่าไม่รู้ว่ามีมาตรการนี้ จนทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นที่สนามบินฯ และมีสาวไทย หนึ่งในผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว บอกว่า จะไม่ยอมไปกักตัวที่สัตหีบอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าทางรัฐไม่มีทางที่จะดูแลตนเองได้อย่างแน่นอน โดยระบุข้อความเอาไว้ว่า

“เราอยากกลับบ้าน ทำไมไม่บอกก่อนว่ามีกฏแบบนี้ กูจะได้ไม่ต้องบินกลับมา คนบินกลับมาจากเมกา ใช่ มันเป็นประเทศที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง แต่เราได้ทำการตรวจร่างกายแล้วก่อนที่จะบินกลับมา เราจะกักตัวเป็นเวลาทั้งหมด 14 วัน ตามคำสั่ง แต่จะให้กูไปนอนที่สัตหีบเป็นเวลา 14 วัน กูไม่ไปอย่างเด็ดขาด รู้เลยว่าดูแลไม่ได้หรอก กระจอก”

ล่าสุด นาวาเอกกิตติพันธ์ กุลศิริปัญโญ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนทหารเรือ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ได้ทำการโพสต์รูปภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “หน.ดม นิราช” เป็นภาพบรรยากาศภายในอาคารรับรองสัตหีบ กองทัพเรือ ทั้งภาพบรรยากาศภายในห้องพัก และอาหารการกิน พร้อมกับข้อความว่า

“จะกลับไทยแลนด์ แดนนรก แต่จะให้กูไปนอนสัตหีบ ทั้งหมด 14 วัน กูไม่ไปแน่นอน รู้เลยว่าดูแลไม่ได้หรอก กระจอก!”
สาวไทยผู้ยิ่งใหญ่ จากนครนิวยอร์ค “ทุกๆคน ทุกๆภาคส่วนทำเพื่อคุณด้วยความรับผิดชอบ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงก็ตาม แล้วคุณละรับผิดชอบอะไรต่อสังคมบ้าง ?”

 

ทหารเรือ
ทหารเรือ เปิดเผยภาพ อาคารกักตัว ถามหลายๆคนเสี่ยงเพื่อคุณ

 

ทหารเรือ
ทหารเรือ เปิดเผยภาพ อาคารกักตัว ถามหลายๆคนเสี่ยงเพื่อคุณ

 

ทหารเรือ
ทหารเรือ เปิดเผยภาพ อาคารกักตัว ถามหลายๆคนเสี่ยงเพื่อคุณ

ขอทานหญิง วิ่งราวทอง หาเงินเลี้ยงลูก ชีวิตแสนรันทด มือขาด ผัวทิ้ง ป่วยจิตเวช

ขอทานหญิง วิ่งราวทอง หาเงินเลี้ยงลูก ชีวิตแสนรันทด มือขาด ผัวทิ้ง ป่วยจิตเวช จากการณีที่มีการจับกุมตัว นาง วิไลลักษณ์ อายุประมาณ  42 ปี สาวพิการ ข้อมือทางด้านขวาขาด ชาว อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ได้แบบทันควัน

หลังจากที่นั่งรถไฟเพื่อเดินทางไปที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก แล้วได้ทำการก่อเหตุวิ่งราวทองร้านทอง เป็นสร้อยคอทองคำ มีน้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 1 เส้น โดยทำทีท่า มาขอดูสร้อยทอง ก่อนที่จะทำการคว้าใส่ปาก แล้ววิ่งออกจากร้านไป แต่เคราะห์ไม่ดีสักเท่าไหร่ พลาดท่าวิ่งหนีจนทำให้หกล้มหัวคะมำ ก่อนที่จะมีพลเมืองดีที่อยู่แถวๆนั้น ช่วยกันจับตัวเพื่อนำตัวไปส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่ง นางวิไลลักษณ์ ได้ให้การรับสารภาพ พร้อมกับบอกว่า ตนเองเป็นขอทานและมีลูกทั้งหมด 2 คน ที่ต้องหาเลี้ยงทุกๆวัน แต่เนื่องจากว่าช่วงนี้ขาดรายได้ จึงได้ตัดสิน ใจนั่งรถไฟข้ามจังหวัด เพื่อมาทำการก่อเหตุวิ่งราวที่ร้านทอง หวังว่าจะนำไปขายเพื่อนำเงินที่ได้มาไปประกอบอาชีพขายผักเพื่อเลี้ยงครอบครัว จนทำให้ผู้ใจบุญหลายๆคนที่ติดตามข่าว เกิดความสงสาร จึงได้ทำการติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการขอประกันตัว นางวิไลลักษณ์ รวมไปถึงมีความประสงค์จะให้การช่วยเหลือไปยังครอบครัวของ นางวิไลลักษณ์ อีกด้วย

ล่าสุด วันนี้ (2 เมษายน 2563) นักข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ นางวิไลลักษณ์ ผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ดอนคา อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ พบว่า เป็นบ้านที่ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อกชั้นเดียว สภาพบ้านเก่ามาก หลังคาผุพังและภายในบ้านมี ลูกชาย อายุประมาณ  15 ปี และลูกสาว อายุประมาณ  13 ปี พักอาศัยอยู่ จึงได้ทำการสอบถามถาม นายนายภูผา ลูกชายคนโตของ นางวิไลลักษณ์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้รับการเปิดเผยว่า ตกใจมากที่เห็นข่าวว่าแม่ของตัวเองเป็นคนร้าย ไปวิ่งราวร้านทองที่ จ.พิษณุโลก ไม่คิดว่าแม่จะไปก่อคดีแบบนี้ได้ เพราะว่าที่บ้านถึงจะยากจน ก็ไม่เคยมีนิสัยขี้ขโมยแบบนี้หรือทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยก้ตามที่แม่ได้ไปก่อเหตุแบบนั้น แต่เขาเป็นแม่  ที่สู้ชีวิตเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียวมาโดยตลอดนั่นเอง ถึงยังไงก็ยังรักแม่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

ในขณะที่กำลังทำการสอบถามแม่ เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงกัน ต่างให้การตรงกันว่า นางวิไลลักษณ์ เป็นคนที่น่าสงสารมากๆ และที่ผ่านมาชีวิตลำบากมากๆ ถึงขั้นกลายเป็นผู้ป่วยทางจิต ต้องทำการเข้ารับการรักษาและรับประทานยาของทางโรงพยาบาลจิตเวชมานานหลายปี โดย นางกนกวรรณ เพื่อนบ้านคนหนึ่งและเป็นผู้ที่ดูแลครอบครัวของ นางวิไลลักษณ์ บอกว่า นางวิไลลักษณ์ อยู่บ้านหลังนี้กับพ่อแม่มาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งมีสามี จึงได้พากันไปทำงานอยู่ที่โรงงานที่กรุงเทพฯ นานหลายปี

ซึ่งชีวิตก็เหมือนจะไปได้ด้วยดี นางวิไลลักษณ์ ทำงานเก็บเงินส่งให้พ่อกับแม่ทุกๆเดือน แต่ก็ต้องมาโชคร้าย เมื่อประสบอุบัติเหตุถูกเครื่องจักรของทางโรงงานตัดข้อมือจนขาด กลายเป็นสาวพิการในที่สุด แถมยังต้องมาโชครายซ้ำอีก ถูกสามีทิ้งหลังจากที่กลายเป็นผู้พิการ ซึ่งขณะนั้น มีลูกด้วยกันทั้งหมด 2 คนแล้ว

นาง กนกวรรณ ยังบอกอีกด้วยว่า หลังจากที่ นางวิไลลักษณ์ กลายเป็นม่ายลูกติด แถมยังเป็นผู้พิการอีกด้วย ได้ทำการตัดสินใจหอบลูกทั้ง 2 คน กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดกับพ่อและแม่ของเธอ

โดยทำงานประกอบชีพรับจ้างเก็บผักตามหมู่บ้านและขายพวงมาลัยนั่นเอง ซึ่งเป็นคนที่ขยันมากๆ แต่ในเวลาต่อมาพ่อกับแม่ของเธอต้องมาตายจากไปอีก จึงทำให้ นางวิไลลักษณ์ ทุกข์ใจอย่างหนักนั่นเอง ประกอบกับที่ตนเองเป็นสาวพิการ ที่มีขีดจำกัดในการทำงานไม่หนักมากเท่าไหร่นัก จึงทำให้เกิดความเครียดหนัก จนถึงขั้นต้องเป็นผู้ป่วยจิตเวชกันเลยทีเดียว และต้องกินยามาโดยตลอด แต่ถึงแม้ว่าชีวิตจะทุกข์มากแค่ไหน นางวิไลลักษณ์ ก็ยังดิ้นรนสู้ชีวิตต่อไป เพื่อที่จะหารายได้เพื่อนำมาเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คน เพียงลำพัง

โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ นางวิไลลักษณ์ ได้ทำการผันตนเองไปเป็นขอทานตามตลาดนัดในหลายๆอำเภอ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะไปทำการก่อเหตุถึงขนาดที่นั่งรถไฟข้ามจังหวัด เพื่อไปทำการวิ่งราวที่ร้านทองตามที่ปรากฏอยู่ภายในข่าว จนทำให้ชาวบ้านภายในพื้นที่ต่างก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งๆที่คนในหมู่บ้านแห่งนี้รักและคอยให้ความช่วยเหลือกับทางครอบครัวของ นางวิไลลักษณ์ มาโดยตลอด แต่หลังจากที่เกิดเรื่อง ก็ได้มีการสอบถามกับลูฏของ นางวิไลลักษณ์ และรู้ว่า เจ้าตัวไม่ได้กินยารักษาอาการจิตมาประมาณ  2 วันแล้ว จึงอาจจะเป็นไปได้ว่า น่าจะทำให้เกิดอาการจนทำให้ไปก่อเหตุแบบนั้นได้นั่นเอง

ลุงกักตัว ยังไม่ครบ 14 วัน ผูกคอตาย น้อยใจที่เพื่อนบ้านไม่ยอมคบ

ลุงกักตัว ยังไม่ครบ 14 วัน ผูกคอตาย น้อยใจที่เพื่อนบ้านไม่ยอมคบ  ( 2 เมษายน 2563 ) ผู้ใช้เฟซบุ๊กร่วมกตัญญูพุเตย ศราวุธ โชติวรรณ ได้ทำการโพสต์รูปภาพ พร้อมข้อความ “ผูกคอระหว่างกักตัวประมาณ  14 วัน”

โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 22.20 น. อาสาร่วมกตัญญูพุเตย ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุของการผูกคอตาย ที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ บ้านซับสมบูรณ์ ม.8 ต.ซับสมบูรณ์ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนอยู่กับพื้นดิน เชือกที่ใช้ในการผูกคอ ถูกทางญาติตัดขาดแล้วนำตัวลงมาเพื่อทำการช่วยเหลือ ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้แต่อย่างใด ไม่พบบาดแผลของการถูกทำร้ายร่างกายเลยแม้แต่แผลเดียว

สอบถาม จึงรู้ว่า ผู้ตายนั้นเพิ่งเดินทางกลับมาจากที่ทำงานต่างจังหวัด อยู่ระหว่างการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคโควิด-19  ก่อนตายได้มีการบ่นว่าไปหาใครเขาก็ไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย เพราะอยู่ในระหว่างการกักตัวเอง เมียก็ตายไปแล้ว ลูกก็โตหมดแล้ว ไม่ห่วงอะไรแล้ว ประกอบกับมีอาการที่เมาสุราเนื่องจากเป็นคนที่ชอบดื่ม ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุในการตายก็เป็นได้

นักข่าวจึงได้เดินทางเข้ไปตรวจสอบที่บ้านหลังนี้  ซึ่งเหตุเกิดที่ บ้านใหม่ซับเจริญ ต.ซับสมบูรณ์ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ส่วนผู้ที่ลงมือก่อเหตุผูกคอตายจนทำเสียชีวิต รู้ชื่อคือ นายเสน อายุประมาณ  55 ปี มีอาชีพรับจ้างสูบส้วม ก่อนหน้านี้ได้ทำการเดินทางไปรับจ้างสูบส้วมในพื้นที่จังหวัดชุมพร แล้วได้เดินทางกลับมาเมื่อประมาณ วันที่ 23 มีนาคม  2563 ที่ผ่านมานี้ ด้วยมาตรการของทางจังหวัดว่า ให้ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดทำการกักตัวอยู่บ้านเป็นเวลาประมาณ 14 วัน ทำให้ นายเสน  จำเป็นต้องทำการกักตัวอยู่ที่บ้าน

จากการสอบถาม นายสำเริง อายุประมาณ 64 ปี เพื่อนบ้านของผู้ตาย เล่าว่า เป็นเรื่องจริง ที่พอชาวบ้านเห็นว่าผู้ตายกลับจากทางภาคใต้ จึงไม่อยากให้เข้ามาใกล้ โดย นายเสน ไปทำงานรับจ้างอยู่ที่จังหวัดชุมพร เมื่อพอกลับมาที่บ้าน ก็ออกไปพบปะกับเพื่อนฝูงตามปกติเพราะเป็นคนที่ชอบในการดื่มสุรา

หลายๆคนก็ขอร้องไม่ให้ นายเสน มาหาที่บ้านเพราะกลัวว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั่นเอง ขณะที่บางรายแค่เดินผ่านหน้าบ้าน ก็มีชาวบ้านพูดต่อว่าต่างๆนานา ประกอบกับว่านายเสนเองภรรยาก็ได้เสียชีวิตลงไปแล้ว เคยบ่นว่าอยากจะบวช อีกทั้งเป็นคนที่ชอบดื่มสุรา จึงน่าจะเกิดความน้อยอกน้อยใจที่ชาวบ้านไม่คบหาด้วยในช่วงนี้นั่นเอง จึงทำให้ก่อเหตุผูกคอตายในครั้งนี้  ซึ่งในคืนวันเกิดเหตุ นายเสน นั่งดื่มสุราอยู่กับเพื่อนๆรวมๆประมาณ  3 คน แต่หลังจากที่เพื่อนไปเอาฟืนเพื่อมาก่อไฟ พอกลับมาก็พบว่า นายเสน ไดผูกคอตายเสียแล้ว

ขณะที่ นางจรรยา อายุประมาณ  57 ปี เพื่อนบ้านก็ได้ยอมรับว่า มีชาวบ้านไม่อยากจะให้ นายเสน ไปหาเพราะว่าอยู่ในช่วงของการกักตัว อยากให้อยู่แต่ในบ้านเพื่อเป็ฯนการเฝ้าดูอาการ  แต่ผู้ตายมักจะเดินไปหาเพื่อนๆที่ตนนั้นรู้จัก เพื่อที่จะไปดื่มสุรา  เมื่อชาวบ้านเห็นก็มีการพูดเพื่อให้กลับเข้าบ้าน ส่วนตนเองก็ไม่ได้รังเกียจผู้ตายใดๆทั้งสิ้น  โดยล่าสุดทางโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ได้สอบสวนโรคพบว่าผู้ตายไม่มีประวัติเป็นไข้ จึงให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านแล้ว

 

ลุงกักตัว
ลุงกักตัว ยังไม่ครบ 14 วัน ผูกคอตาย น้อยใจที่เพื่อนบ้านไม่ยอมคบ

 

พารามอเตอร์ เกิดการขัดข้องตกกระแทกพื้น ฝรั่งคนขับเสียชีวิต

พารามอเตอร์ เกิดการขัดข้องตกกระแทกพื้น ฝรั่งคนขับเสียชีวิต  (1 เมษายน 2563) พ.ต.ต. ธนัช ศรีประมาณ สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ. สัตหีบ อ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุเครื่องร่อนหรือพารามอเตอร์ตกอยู่กลางทุ่งหญ้ามีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บริเวณ หมู่ที่ 11 ต.บางเสร่  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมทั้งทำการประสานกับทางหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน

ในที่เกิดเหตุเป็นป่าทุ่งหญ้า พบเครื่องร่อนพารามอเตอร์ร่มสีดำ พร้อมร่มกองอยู่ ใกล้ๆกันนั้นพบร่างของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นชายชาวอังกฤษ อายุประมาณ  60 ปี อยู่ในสภาพนอนหงาย สวมใส่เสื้อยืดสีเขียว กางเกงขาสั้นสามส่วนลายทหาร ขาทั้งสองข้างผิดรูป และมีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่บริเวณอวัยเพศจนถึงก้นมีแผลยาว เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมานั่นเอง

พ.ต.ต.ธนัช ศรีประมาณ บอกว่าจากการสืบสวนกลุ่มเพื่อนๆผู้ตาย จึงรู็ว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุผู้ที่ได้บาดเจ็บ ได้นำเครื่องร่อนขึ้นซ้อมบินกันเป็นประจำที่บริเวณนี้ ก่อนที่เครื่องยนต์จะเกิดการขัดข้องกลางอากาศ ผู้ตายพยายามที่จะควบคุมเครื่องลงจอดฉุกเฉินก่อนที่จะเสียการควบคุม และร่วงกระแทกพื้นจนบาดเจ็บบาดสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมานั่นเอง

 

พารามอเตอร์ เกิดการขัดข้องตกกระแทกพื้น ฝรั่งคนขับเสียชีวิต