ลูกสาวทิ้งแม่ป่วยติดเตียง ในวัย 80 ปี ให้นอนหิวโหยอยู่ภายในห้องเช่า

ลูกสาวทิ้งแม่ป่วยติดเตียง ในวัย 80 ปี ให้นอนหิวโหยอยู่ภายในห้องเช่า นักข่าวรายงาน ว่า (29 เมษายน 63) ได้รับข้อมูลมาจากเพื่อนห้องเช่าแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 4  ต.วังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก ว่า มีคุณยาย อายุ 80 ปี นอนป่วยติดเตียงอยู่ภายในห้องเช่าเพียงลำพัง หลังจากที่ถูกลูกสาวเก็บเสื้อผ้าหนีหายไป 3 ถึง 4 วันแล้ว

พบว่าบริเวณหน้าห้องถูกล็อกเอาไว้ จึงเดินไปทางด้านหลังห้องที่เพื่อนข้างห้อง บอกว่า ประตูด้านหลังได้เปิดทิ้งเอาไว้ หลังจากที่เดินเข้าไปภายในห้อง ก็ได้พบกับภาพสุดรันทด คุณยาย อายุประมาณ 80 ปี ร่างกายผอมโซ นอนไม่มีแรงอยู่บนเตียง ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปของผู้ใหญ่ไว้เพียงตัวเดียว ข้างเตียงพบจานข้าวและกับข้าววางเอาไว้ จนข้าวแห้งแล้ว ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วห้อง

นักข่าวถามว่าคุณยายหิวข้าวไหม คุณยายตอบว่าหิว แต่จำชื่อของตนเองไม่ได้ คาดว่า อาจจะหลงลืม เนื่องจากว่ามีอายุที่มากแล้วนั่นเอง โดยคุณยายมีท่าทีที่ดีอกดีใจ คิดว่าลูกสาวคงจะกลับมา มีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา

จากการสอบถามเพื่อนข้างห้อง บอกว่า คุณยายป่วยมาหลายเดือนแล้ว อยู่กับลูกสาวอายุ 40 ปีกว่าๆ กัน 2 คน  ลูกสาวมีแฟนทำงานขายกาแฟ อายุ 70 ปี แต่ไม่เคยมาอยู่ที่นี่ นิสัยของลูกสาวเป็นคนที่ไม่ชอบยุ่งกับใคร

ก่อนที่จะมาเจอกับคุณยาย เพื่อนบ้านบอกว่า เห็นว่าลูกสาวหอบเสื้อผ้าไปได้ 3 ถึง 4 วันแล้ว และเคยได้ยินแฟนของเขาบอกให้เอาแม่ไปทิ้ง แต่ลูกสาวไม่ยอม แต่กลับเก็บเอาเสื้อผ้าหายตัวไป ซึ่งคาดว่าน่าจะปล่อยให้แม่นอนหมดลมหายใจไปเอง เพราะว่าคุณยายไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้เลย ทั้งนี้ นักข่าวจะได้ทำารประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลคุณยายต่อไป

 

ลูกสาวทิ้งแม่ป่วยติดเตียง ในวัย 80 ปี ให้นอนหิวโหยอยู่ภายในห้องเช่า

 

ลูกสาวทิ้งแม่ป่วยติดเตียง ในวัย 80 ปี ให้นอนหิวโหยอยู่ภายในห้องเช่า

 

ลูกสาวทิ้งแม่ป่วยติดเตียง ในวัย 80 ปี ให้นอนหิวโหยอยู่ภายในห้องเช่า

ผู้ใหญ่บ้าน ฮีโร่ วิ่งฝ่าไฟไหม้ ช่วยชีวิตยายวัย 83 ปี ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

ผู้ใหญ่บ้าน ฮีโร่ วิ่งฝ่าไฟไหม้ ช่วยชีวิตยายวัย 83 ปี ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง วันที่ ( 29 เม.ย. 63 )  เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.  ร.ต.อ.เอกลักษณ์ ไกรนรา รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองน้อย อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท รับแจ้งเหตุ ว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านเลขที่ 25  หมู่ที่ 1  ต.หนองน้อย มีผู้ทึ่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบไปตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครฯ จ. ชัยนาท ตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ไฟกำลังเกิดการลุกไหม้ และไหม้บ้านหลังที่อยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมรถดับเพลิงภายในพื้นที่และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงจำนวน 5 คัน ใช้เวลากว่า 2 ชม. จึงสงบ ที่หน้าบ้านพบ นางไหม ทาเวียง อายุประมาณ 83 ปี ถูกไฟคลอก มีบาดแผลฉกรรจ์ อาการสาหัส จึงรีบนำตัวส่ง รพ.ชัยนาทนเรนทร เพื่อทำการรักษาโดยด่วน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่เข้าไปช่วย เกิดการสำลักควันไฟ อีก 1 ราย  จากการตรวจสอบความเสียหายทั้ง 2 หลัง คาดว่า มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท คาดว่าสาเหตุเกิดเพลิงไหม้น่าจะมาจากอากาศที่ร้อน และสายไฟเก่า จึงทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรนั่นเอง

เบื้องต้น นายสมเกียรติ​  วงศ์สมุท นายกเทศมนตรี​ฯ ได้มอบเงินส่วนตัว จำนวน 1 หมื่นบาท และสิ่งของอุปโภคบริโภคทั้งที่นอนหมอนมุ้ง และข้าวสารอาหารแห้ง รวมไปถึงให้เจ้าหน้าที่ ตั้งเต็นท์ เป็นที่พักพิงชั่วคราว สำหรับครอบครัวผู้ประสบภัย

ด้านนาย สมควร อ่อนสิงห์ ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้จึงรีบมาตรวจสอบ พบว่าไฟโหมลงมมาจากชั้นบน และลุกลามไปยังบริเวณบ้านข้างๆ ส่วน นางไหม ถูกไฟคลอกอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน จึงรีบเข้าไปช่วยนำตัวออกมา

พบว่ามีบาดแผลผุพองและไหม้หลายแห่ง ส่วนคนที่เข้าไปช่วยอีกคน เกิดอากรสำลักควันไฟ หายใจติดขัด ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ส่วนนางไหม ยังคงมีอาการสาหัส เนื่องจากว่ามีอายุเยอะแล้ว ส่วนสามีและหลานๆที่อยู่ด้วย ไม่ได้อยู่ภายในบ้านจึงไม่ได้รับอันตรายนั่นเอง

ผู้เช่าตึก ได้ยินเสียงวิ่งทั้งๆที่ไม่มีคน ก่อนเจอโครงกระดูกทารก ซุกอยู่บนดาดฟ้า

ผู้เช่าตึก ได้ยินเสียงวิ่งทั้งๆที่ไม่มีคน ก่อนเจอโครงกระดูกทารก ซุกอยู่บนดาดฟ้า เมื่อวานนี้ (25 เมษายน 63) เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง ได้รับแจ้งเหตุ ว่า เจอโครงกระดูกของเด็กทารก ใต้หลังคาบนดาดฟ้าของอาคารพาณิชย์ ถนนพระราม 3 ก่อนถึงซอย 59 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 5 ชั้น จำนวน 4 คูหา เป็นอาคารที่อยู่ในระหว่างการปรับปรุง ที่ใต้หลังคาชั้นดาดฟ้า พบถุงปุ๋ยสีขาว 1 กระสอบ ภายในมีถุงขยะสีดำและผ้าขนหนู ห่อชิ้นส่วนกระดูกของเด็กทารกแรกเกิด ประมาณ 5-6 เดือน สภาพเหลือแต่กระดูก ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมเศษกระดูกเพื่อนำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ

ผู้เช่าอาคาร ให้การว่า ตนมาเช่าอาคารนี้เพื่อที่จะทำงานรับส่งพัสดุที่ร่วมลงทุนกับเพื่อน เข้ามาเช่าได้ประมาณ 1 อาทิตย์ จึงมาต่อเติมอาคารใหม่ จนกระทั่งวันนี้ช่วงเย็น ขณะคนงานกำลังทำงานอยู่นั้น ก็พบถุงปุ๋ยนี้ คนงานจึงเปิดออกดู พบเศษกระดูกของเด็กทารก

ช่วง 2 ถึง 3 วันก่อน ก็เจอเหตุการณ์แปลกๆ ตอนที่กำลังจะกลับบ้าน หลังจากมาคุมงานต่อเติม ได้ยินเสียงเหมือนมีคนวิ่งแต่เข้าไปดูก็ไม่เจอใคร ตลอดที่ต่อเติมก็เหมือนมีคนเดินไปๆมาๆอยู่บ่อยครั้ง ทั้งๆที่แถวนั้นไม่มีคนงาน ตนรู้ว่าอาคารนี้

ก่อนหน้านี้มีคนเกาหลีมาเปิดสปาและค้างค่าเช่า  6 เดือน จนหนีไปโดยที่ทิ้งข้าวของ เช่น เตียง ฟูก เอาไว้ ตนจะเอาไปบริจาคตามวัดแต่กลับมาเจอเหตุการณ์แบบนี้

ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียด ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกๆฝ่ายก่อน แล้วจะรีบดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้อย่างแน่นอน

อาปืนโหด หลานสาวโดนยิง กัดฟันอุ้มลูกวิ่งหนีก่อนตาย หลานเขยเป็นศพ

อาปืนโหด หลานสาวโดนยิง กัดฟันอุ้มลูกวิ่งหนีก่อนตาย หลานเขยเป็นศพ (25 เมษายน 63)  ร.ต.ท.หญิง ธนพร สีมะกล่ำ รองสว.(สอบสวน) สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายและบาดเจ็บ บริเวณปากซอยหรรษา ริมถนนสายเลียบชายคลองครัวต้นตาล หมู่ที่ 9 ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม

ที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยหรรษา พบศพนายมนต์สงบ อายุ 52 ปี นอนลักษณะตะแคง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีแดง กางเกงกีฬาขาสั้นสีดำ มีเลือดไหลนองพื้น ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าท้ายทอยทะลุลำคอ 1 นัด กระสุนเฉี่ยวหน้าอกเป็นแผล 1 นัด ต้นขาซ้ายด้านหลังทะลุ 2 นัด ตาตุ่มเท้าซ้าย 1 นัด

นอกจากนี้ พบมีดพกยาว 30 ซม. ตกอยู่ข้างแขนของผู้ตาย ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่เต็มพื้น จำนวน 5 ปลอก สร้อยข้อมือสแตนเลสตกอยู่ 1 เส้น และรองเท้าแตะแบบสวม 1 คู่ ห่างออกไปประมาณ 80 เมตร   พบกองเลือดอีก 2 กอง ทราบว่า เป็นรอยเลือดของ น.ส.นงลักษณ์ อายุประมาณ 31 ปี ภรรยาของ นายมนต์สงบ ผู้ที่ตาย ถูกยิงได้รับบาดเจ็บแล้ววิ่งไปล้มอยู่ เพื่อนบ้านจึงได้รีบนำส่ง รพ.โพธาราม แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมานั่นเอง

สอบสวน นางแก้วกัณญา อายุประมาณ 59 ปี ผู้เป็นแม่ของ น.ส.นงลักษ์ และแม่ยายของนายมนต์สงบ ผู้ตาย ให้การเบื้องต้นว่า ลูกเขยกับลูกสาวประกอบอาชีพเปิดร้านขายของชำ อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ  40 เมตร ช่วงกลางวัน นายเชษฎ์มือปืนที่ลงมือก่อเหตุ

ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสามีของตน ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยอยู่บ้านถายในหมู่บ้าน จะไปๆมาๆ เพราะว่ามีภรรยาอยู่ที่อื่น ได้กลับมาที่นี่และทะเลาะกับ นายมนต์สงบ ลูกเขยเรื่องที่ลูกเขยติดหนี้เขาอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรที่รุนแรง

ช่วงหัวค่ำ ขณะที่ตนทำกับข้าวอยู่ในครัวก็ได้ยินเสียงทะเลาะของทั้งคู่อีกครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย สักพักได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด เสียงปืนเงียบลงก็ได้ยินเสียงลูกสาวร้องเสียงดังว่าถูกยิงๆ ตนจึงออกมาก็เห็นลูกสาววิ่งอุ้มหลานสาว วัยเพียง 1 ขวบมาล้มลง มีเลือดท่วมตัว จึงได้ทำการตะโกนเรียกญาติๆ ให้มาช่วยกันนำลูกสาวส่งโรงพยาบาล และอุ้มหลานสาวที่ร้องไห้ไม่หยุด โชคดีที่ไม่ถูกลูกหลงไปด้วยอีกคน ส่วนนายเชษฎ์ รีบขึ้นรถยนต์เก๋งขับหลบหนีออกไป

 

ผัวฆ่ารัดคอเมีย เอาปืนยิงกรอกปากตาม ตายคาห้องนอน 2 ศพ

ผัวฆ่ารัดคอเมีย เอาปืนยิงกรอกปากตาม ตายคาห้องนอน 2 ศพ (24 เมษายน 63) เวลาประมาณ 10.30 น. พ.ต.อ. เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผู้กำกับ สภ.ปลวกแดง

ได้รับแจ้งมีเหตุ ว่ามีคน ยิงกันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย หลังจากที่ได้รับแจ้งจึงรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาแล้วเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ  หมู่ที่3  ต.แม่น้ำคู้  อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

เมื่อไปถึงก็พบร่างของผู้เสียชีวิตชาย-หญิง นอนก่ายกันบนที่นอนภายในห้อง ผู้ชายนอนกางขาพาดที่ลำตัวของฝ่ายหญิง ทราบชื่อ นายสุภกิจ อายุประมาณ 34 ปี  เดิมอยู่นครสวรรค์ และนางสาวพณิดา อายุประมาณ 31 ปี เป็นชาววังจัน  จังหวัดระยอง

ตรวจสอบภายในห้องที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ แต่พบปืนปากกาขนาด .38 ยังกำอยู่ในมือด้านขวา จ่อที่ขมับของผู้ตายฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายหญิงพบว่าที่คอมีสายไฟรัดอยู่  พบปลอกกระสุนปืนบนพื้นห้องจำนวน 1 ปลอก

สอบสวนทราบว่า นายสุภกิจ และ น.ส. พณิดา อยู่กินด้วยกันมานานกว่า 5 ถึง 6 ปี แล้วไม่มีลูก แต่ทาง น.ส.พณิดา มีลูกติด1คน โดยนายสุภกิจ ประกอบอาชีพรับเหมาทำไฟเคยอยู่กับนายจ้างมา 3 ปี แล้วออกไปทำธุรกิจเอง 1 ปี แต่ก็ขาดทุนและโดนโกง จึงกลับมาอยู่กับนายจ้างคนเดิมได้ 2 เดือน ก่อนที่จะมาก่อเหตุในครั้งนื้

เบื้องต้นคาดว่า นายสุภกิจ อาจจะเกิดความเครียด ทั้งเรื่องงานและหึงหวงภรรยา จึงได้ก่อเหตุใช้สายไฟรัดคอ น.ส พณิดา ขณะที่นอนอยู่ และใช้ปืนปากกกายิงตัวตายตาม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนหาสาเหตุแรงจูงใจที่แท้จริงต่อไป

 

รวบตัว 2 หนุ่มอิตาลี 2 สาวไทย เปิดห้องเพื่อเสพยา พร้อมตั้งกล้องถ่ายคลิปสวิงกิ้ง

รวบตัว 2 หนุ่มอิตาลี 2 สาวไทย เปิดห้องเพื่อเสพยา พร้อมตั้งกล้องถ่ายคลิปสวิงกิ้ง นักข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (22 เม.ย.63) พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จว. สตูล พร้อมด้วย พ.ต.ท. สุทธิสุนทร ซ้ายขวัญ รองผกก.ตม. จว.สตูล นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตม.สตูล และบุกเข้าไปตรวจค้นรีสอร์ทภายในย่านบริเวณชายหาดปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล

ซึ่งการเข้าไปขอตรวจค้นนั้น พบชายชาวต่างชาติเป็นชายชาวอิตาลี จำนวน 2 คน อยู่กับหญิงสาวชาวไทย อีกจำนวน 2 คน เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อทั้ง 4 คนนี้  โดยทั้ง 4 คนนั้นกำลังนัวเนียกันอยู่บนที่นอน โดยรอบๆมีการตั้งกล้องเพื่อทำการวีดีโอตนเองกันอยู่ โดยถอดเสื้อผ้าออกหมด

เจ้าหน้าที่ ตม.สตูล จึงได้ทำการแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ซึ่งภายในห้องนั้นยังพบร่องรอยของการเสพยา  โดยตรวจพบว่าบริเวณโต๊ะและพื้นห้องมีเศษของยาเสพติด อาทิเช่นกัญชาและโคเคน กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้อง

ทั้งนี้ จึงได้ทำการควบคุมตัวทั้ง 4 คน พร้อมทั้งของกลางที่เก็บมาได้ นำส่งไปยังพนักงานสอบสวน สภ.ละงู เพื่อดำเนินคดี จากการตรวจสอบพบอีกว่าชาย 2 คนที่เป็นชาวต่างชาติเป็นชาวอิตาลีและหนังสือเดินทางก็หมดอายุแล้ว  สำหรับข้อกล่าวหาเบื้องต้น มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพเอง

ส่วนในเรื่องการถ่ายวีดีโอลามก ทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าถ่ายแล้วนำไปแชร์ลงโชเชียลหรือนำไปขายเป็นวีดีโอลามกหรือไม่ และดูว่าการถ่ายคลิปวีดีโอนี้มีจุดไหนบ้างนั่นเอง

 

รวบตัว 2 หนุ่มอิตาลี 2 สาวไทย เปิดห้องเพื่อเสพยา พร้อมตั้งกล้องถ่ายคลิปสวิงกิ้ง

 

รวบตัว 2 หนุ่มอิตาลี 2 สาวไทย เปิดห้องเพื่อเสพยา พร้อมตั้งกล้องถ่ายคลิปสวิงกิ้ง

พ่อจมน้ำตาย พร้อมลูกวัย 5 ขวบ ญาติไม่มีเงินรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล

พ่อจมน้ำตาย พร้อมลูกวัย 5 ขวบ ญาติไม่มีเงินรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบศพของ นายสมศรี อายุ ประมาณ 41 ปี ลอยขึ้นอืดอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา และ ศพของ ด.ญ.แอน อายุประมาณ 5 ปี ลอยอยู่ในแม่น้ำป่าสัก สาเหตุน่าจะมาจากผู้เป็นพ่อกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ลูกสาวเห็นพ่อกระโดดน้ำ จึงกระโดดน้ำตามลงไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563  ตามข่าวที่เสนอไปแล้วดังกล่าว

        ความคืบหน้าล่าสุด นักข่าวรายงานว่า (22 เม.ย. 63) ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา นางทองสุข อายุประมาณ 60 ปี แม่ของนายสมศรี เดินทางเข้ามาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อดูภาพถ่ายและเอกสารของสองพ่อลูก ยืนยันว่า ทั้งสองศพนี้เป็นลูกชายและหานสาวของตนเอง

จากการสอบถาม นางทองสุข แม่ของผู้ตาย บอกว่า ลูกชายของตนเองนั้น ขาดการติดต่อกันมาหลายปีแล้ว  เขาออกจากบ้านเพื่อไปทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ จนล่าสุดรู้ว่าไปทำงานก่อสร้างในภาคใต้ มีครอบครัวแล้วและมีลูกสาว

เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมานี้ สามีของตนเองเพิ่งจะเสียชีวิตไป นายสมศรี ได้เดินทางกลับมาเผาศพพร้อมกับหลานสาว บอกว่าภรรยาของตนหนีไป หลังจากที่เสร็จงานศพพ่อ ตนเองสงสาร เห็นว่าไม่มีเงิน จึงให้เงิน 500 บาท เพื่อที่จะเดินทางกลับ แล้วขาดการติดต่อไปจนมานู้ว่า ลูกชายและหลานสาวของตนนั้นจมน้ำเสียชีวิต จึงได้เดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน นายบุญมี อายุประมาณ 47 ปี น้องเขยของผู้ที่เสียชีวิต บอกว่า ทางครอบครัวปรึกษาหารือกันแล้ว ช่วงที่มีโควิด-19 แพร่ระบาด ทางครอบครัวมีการขาดรายได้ ไม่มีงานรับจ้าง ปกติแม่ของนายสมศรีจะรับจ้างเป็นแม่ครัว ทำกับข้าวตามงานต่างๆ ตั้งแต่เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ไม่มีการจ้างงานเลย รถยนต์ก็ค้างค่างวดยังไม่ได้ส่ง เดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเสียค่าใช้จ่าย

การจะรับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศล ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ไม่รู้จะหาเงินมาจากไหนจึงจะมอบศพให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามความเหมาะสม ซึ่งทางญาติๆไม่ติดในการเสียชีวิตของนายสมศรีและลูกสาว เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายมาจากความเครียด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเบื้องต้น จะต้องทำการสอบสวน นางทองสุข แทนโหมก การยืนยันว่าสองพ่อลูกเป็นลูกชายและหลานสาว และการยืนยันที่จะไม่ขอรับศพ เพื่อแจ้งกับทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ต่อไป

ตำรวจส่งฟ้อง สาวใจบุญ แจกของให้คนไร้บ้าน แถวๆย่านหัวลำโพง

ตำรวจส่งฟ้อง สาวใจบุญ แจกของให้คนไร้บ้าน แถวๆย่านหัวลำโพง เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งฟ้องสาวแจกของให้กับคนไร้บ้าน ย่านหัวลำโพงแล้ว แนะนำว่าคนใจบุญประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลการรักษาระยะห่างเพื่อเป็นการป้องกันโควิด-19

         พลตำรวจเอก จารุภัชร ทองโกมล ผู้กำกับฯ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 แจ้งความเอาผิดกับ หญิงสาวที่นำสิ่งของไปแจกให้กับคนไร้บ้าน บริเวณย่านหัวลำโพง ถนนกรุงเกษม แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2563 ที่ผ่านมานี้

โดยได้ทำการแจ้งข้อหา ว่า ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการจัดกิจกรรมมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อแล้วและนำผู้ต้องหาส่งอัยการเพื่อทำการยื่นฟ้องต่อศาล

พร้อมกับฝากถึงผู้ที่มีจิตกุศลต้องการจะบริจาคสิ่งของภายในช่วงสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ขอให้มีการแจ้งประสานสำนักงานเขต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลความเรียบร้อย ทำการจัดระเบียบ เพื่อเป็นการรักษามาตรการระยะห่างทางสังคม เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เกม! ไลฟ์สด เต้นกลางถนน ท้าเคอร์ฟิว หลังชาวเน็ตสระบุรีแจ้งเบาะแส

        เกม! ไลฟ์สด เต้นกลางถนน ท้าเคอร์ฟิว หลังชาวเน็ตสระบุรีแจ้งเบาะแส  ในกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ไลฟ์สดเต้นโชว์อยู่กลางถนน ท้าทายกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายอื่นๆที่มีการพบเห็นได้ทำการส่งข้อความเพื่อที่จะแจ้งเบาะแส มาทางเพจของ สภ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี เป็นจำนวนมากอีกด้วย

( 20 เมษายน 2563 ) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.18 และ ฝ่ายปกครองอำเภอ เมืองสระบุรี ได้ออกทำการติดตาม ค้นหาวัยรุ่นคนนี้ ตามสถานที่ที่มีการปรากฏขึ้นมาอยู่ในภาพ

จนกระทั่ง เมื่อทางเจ้าหน้าที่ออกตรวจมาจนถึงบริเวณใต้สะพานต่างระดับมิตรภาพ ช่วงหน้ารามาเก่า ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี พบชายวัยรุ่นคนที่เห็นในคลิป อายุประมาณ 22 ปี

จึงได้นำตัวมาพบกับพนักงานสอบสวน และทำการแจ้งข้อกล่าวหาว่า ออกนอกบ้านในระหว่างเวลาประมาณ  22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันพรุ้งขึ้น โดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังขอความร่วมมือให้พี่ๆน้องๆประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถ้าหากว่ามีการฝ่าผืน อัตราโทษสูงสุด คือ จำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั่นเอง

เป้แขนด้วน กองปราบรวบตัว หนี 3 หมายจับ ไปกบดานที่ จ.นนทบุรี

     เป้แขนด้วน กองปราบรวบตัว หนี 3 หมายจับ ไปกบดานที่ จ.นนทบุรี กองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., ลตำรวจเอก ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พลตำรวจโท ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พลตำรวจโท มนูญ แก้วก่ำ, พลตำรวจโท เอกสิทธิ์ ปานสีทา, พลตำรวจโท รภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. สั่งการให้ รองตำรวจเอก ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป. ได้ร่วมกันทำการจับกุม นาย นที หรือเป้ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับ

       1. หมายจับของทางศาล จ.นนทบุรี ที่ จพ 754/2558 คดีหมายเลขดำที่ อ2852/2549 คดีหมายเลขแดงที่ อ3323/2550 ลงเมื่อ วันที่ 30 มิ.ย. 58 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดโทษฐาน “ความผิดต่อ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ, เมทแอมเฟตามีน (ครอบครองเพื่อทำการจำหน่าย)” ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกจำเลย จำรวร 6 ปี (ทำการหลบหนีหมายศาล)

2. หมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 740/2560 ลงเมื่อประมาณ วันที่ 3 ต.ค. 60 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดโทษฐาน “ ร่วมกันทำการฉ้อโกง ”

3. หมายจับของทางศาลอาญา ที่ 1101/2561 ลงเมื่อประมาณ วันที่ 21 พ.ค. 61 ซึ่งต้องข้อหากระทำความผิดโทษฐาน “ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ เอกสารราชการ , ร่วมกันใช้เอกสารปลอม , ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อทางเจ้าพนักงาน , ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงภายในเอกสารของราชการ , ร่วมกันลักลอบนำของต้องห้าม เข้ามาภายในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ

สืบเนื่องมาจาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนสอบสวนและติดตามเพื่อทำการจับกุมตัวของ นายนที (ผู้ต้องหา) ที่ได้ทำการหลบหนีในระหว่างการพิจารณาคดี ตามหมายศาลของจังหวัดนนทบุรี ที่ จพ 754/2558 คดีหมายเลขดำที่ อ2852/2549 คดีหมายเลขแดงที่ อ3323/2550 ลงวันที่ 30 มิ.ย.58 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐานตามที่แจ้งไปข้างต้น

โดยทางด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่า นายนที หรือ เป้ แขนด้วน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ทำการหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ภายในเขต จ.นนทบุรี จึงได้ทำการเดินทางเข้าไปตรวจสอบ พบ นายนที หรือเป้ (ผู้ต้องหา) จึงได้ทำการแสดงตัวและแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาอ่านดูจนเป็นที่พอใจ นำตัวส่ง ศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป