ลักลอบหาของป่า หนุ่มใหญ่ตายสยองกลาง อุทยานฯทับลาน มีรอยเขี้ยวเต็มตัว

ลักลอบหาของป่า หนุ่มใหญ่ตายสยองกลาง อุทยานฯทับลาน มีรอยเขี้ยวเต็มตัว  (31 มีนาคม 2563) นักข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีของ นาย จำรัส อายุประมาณ  46 ปี และเพื่อนอีกจำนวน 2 คน ชาวบ้านสุขสมบูรณ์ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้ทำการลักลอบเข้าไปหาของป่า ภายในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน แล้วทำเป็นที่พักซึ่งในเวลาต่อมาเพื่อนของ นายจำรัส ได้ยินเสียงเหมือนเสือคำราม จึงลงจากที่พักเพื่อไปดู นายจำรัส แต่ไม่ก็ไม่เจอ เจอแค่รอยเลือดและรอยครูดกับพื้นเป็นแนวยาว เป็นทาง คล้ายๆถูกสัตว์ป่าลากไปเข้าในป่าลึก ทั้งสองจึงตกใจกลัวแล้วรีบกลับออกมาจากป่าเพื่อที่จะแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่รับรู้

โดยทั้งสามคนได้ทำการลักลอบเข้าไปหาของป่า ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.63 ที่ผ่านนี้  เมื่อทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานเขตจัดการที่ 2 สวนห้อม รู้เรื่อง จึงได้จัดกำลังพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดอำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จำนวนกว่า 30 นาย เดินเท้าเข้าไปภายในพื้นที่ป่าเพื่อทำการค้นหาตัวของ นายจำรัส

จนกระทั่ง 30 มี.ค.63 เวลาประมาณ  16.15 น. เจ้าหน้าที่ชุดค้นหา ได้พบศพของ นายจำรัส สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่ภายในป่าลึก ศีรษะเปิดเป็นแผลฉกรรจ์ เนื้อขาด้านขวาหลุดหายไป ตามร่างกายมีรอยเขี้ยวของสัตว์ป่าหลายๆแห่ง เสียชีวิตอยู่ภายในป่าลึกที่ห่างจากแนวเขตของอุทยานแห่งชาติทับลานฝั่งบ้านสวนห้อม ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว เกือบๆประมาณ 10 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน มีการสันนิษฐานว่า นายจำรัส น่าจะถูกเสือหรือหมีควายทำร้ายขณะที่กำลังลักลอบเข้าไปหาของป่า จนทำให้เสียชีวิต ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้นำศพของ นายจำรัสฯ ออกมาจากป่าได้แล้วและได้นำร่างส่งไปพิสูจน์ที่ โรงพยาบาลวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ด้าน นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าของอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ทางอุทยานฯจะได้ทำการสอบสวนเพื่อนๆของ นายจำรัสฯ ทั้งสองคน ถึงการลักลอบเข้าไปหาของป่าภายในเขตของอุทยานแห่งชาติทับลาน  และแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งจะให้การช่วยเหลือครอบครัวนายจำรัส ผู้เสียชีวิตต่อไปนั่นเอง

 

จิตรลดา ผู้ป่วยทางจิตแทงเด็ก 5 ขวบ มีอาการเหม่อลอย ไม่ยอมพูด ไม่กินข้าว

จิตรลดา ผู้ป่วยทางจิตแทงเด็ก 5 ขวบ มีอาการเหม่อลอย ไม่ยอมพูด ไม่กินข้าว รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดตามอาการของ “จิตรลดา” ผู้ป่วยทางจิตที่ใช้มีดแทงเด็ก อายุเพีบง 5 ขวบ

จนเสียชีวิต ก่อนที่จะทำการแจ้งข้อหา เปิดเผยว่า เหม่อลอย ไม่ยอมพูดจา และไม่ยอมกินข้าวกินปลา

( 30 มีนาคม 2563 ) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผย ถึงความคืบหน้าจาก กรณี น.ส.จิตรลดา อายุประมาณ  51 ปี ใช้มีดปอกผลไม้ เเทงเด็กหญิงอายุเพียงแค่ 5 ขวบ จนทำให้เสียชีวิต ภายในร้านอาหารตามสั่ง ถนนนครชัยศรี-ห่วยพลู ต.วัดเเค อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

จากการสอบสวน จึงรู้ว่า ผู้ที่ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยทางจิต โดยเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2548 เคยลงมือก่อเหตุเเทงเด็กนักเรียน รร. เเห่งหนึ่ง แล้วพ้นโทษออกมา เพื่อเข้ารับการรักษาอยู่ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ล่าสุด

มีอาการป่วยอีกจึงกลับไปรักษาอีกจากนั้นได้ออกมาอยู่ที่บ้านได้เพียงไม่กี่วัน น.ส.จิตรลดา ได้นำมีดจากที่บ้านไปลงมือก่อเหตุเเทงเด็กหญิงคนนี้จนเสียชีวิต

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 มีนาคม 2563 ) ผู้ก่อเหตุมีอาการป่วย เหม่อลอย ไม่ยอมพูดหรือคุยใดๆเลย และไม่ยอมกินอะไร จึงถูกนำตัวส่งไปที่ รพ.นครชัยศรี แล้วถูกส่งตัวต่อไปยัง รพ.นครปฐม เพื่อทำการเข้ารับการรักษา โดยตอนนี้โดยผู้ที่ลงมือก่อเหตุอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

รอง โฆษก ตร. ยังบอกอีกว่า ความคืบหน้าในวันนี้ 30 มีนาคม 2563 พนักงานสืบสวนสอบสวนจะเดินทางไปติดตามอาการของผู้ต้องหาว่าสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้จะยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปรับการรักษายังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อรอการสอบสวนปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

จิตรลดา
จิตรลดา ผู้ป่วยทางจิตแทงเด็ก 5 ขวบ มีอาการเหม่อลอย ไม่ยอมพูด ไม่กินข้าว

 

รวบตัวน้าชายหื่น หลอกลวงหลานสาวเข้าบ้าน หวังจะ ทำอนาจาร

รวบตัวน้าชายหื่น หลอกลวงหลานสาวเข้าบ้าน หวังจะ ทำอนาจาร กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.พิทยา ธนาวุฒิ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.

ได้ร่วมกันเพื่อทำการจับกุม นายกิตติศักดิ์ หรือหนึ่ง (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ  38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเวียงสระ ที่ จ.60/2558 ลงเมื่อ 24 มีนาคม 2558 โดยกล่าวหาว่า “กระทำอนาจารแก่เด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี

โดยการขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้ความรุนแรง โดยเด็กนั่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้แต่อย่างใด, พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครองไปเพื่อการอนาจาร” โดยสามารถทำการจับกุมได้ที่บริษัทคอนกรีตแห่งหนึ่ง ต.นาสาร อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี

จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2558 เวลาประมาณ 17.00 น. หลังจากที่พ่อของน้องเอ (นามสมมุติ) ไปรับน้องเอกลับมาจากที่โรงเรียน โดยน้องเอ ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 2 ได้เปลี่ยนชุดแล้วออกไปวิ่งเล่นที่หน้าบ้าน ส่วนพ่อได้ทำการพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ต่อมาขณะที่น้องเอกำลัง วิ่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านนั้น

ผู้ต้องหาซึ่งอยู่บ้านติดๆกันซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชาย ได้เรียกน้องเอเข้าไปในบ้านของตนและกระทำอนาจารน้องเอ แต่เคราะห์ดีที่พ่อของน้องเอผ่านเข้ามาพบเห็นพอดี

จึงได้เรียกให้คนช่วยหลังจากนั้นจึงได้พาน้องเอ เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชัยบุรี ให้ดำเนินคดีกับ นายกิตติศักดิ์ จนถึงที่สุดนั่นเอง พนักงานสืบสวนสอบสวน สภ.ชัยบุรี จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุญาตศาลเพื่อทำการออกหมายจับผู้ต้องหา กระทั่ง วันที่ 28 มีนาคม 2563 ตำรวจได้ทำการสืบสวน

จึงรู้ว่าผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีมาทำงานเป็นพนักงานขับรถที่บริษัทแห่งหนึ่งใน อ.บ้านนาสาร ชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเฝ้าติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด และนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

โจรกลัวบาปยกมือไหว้ก่อนยก ตู้บริจาค พาลูกกินไก่ทอด อ้างว่าตกงาน

โจรกลัวบาปยกมือไหว้ก่อนยก ตู้บริจาค พาลูกกินไก่ทอด อ้างว่าตกงาน นี่คือภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ผู้ชายรายหนึ่งเดินขึ้นมาบนกุฎิของเจ้าอาวาสวัดอมรวดี ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ก่อนที่จะยกตู้บริจาคใบหนึ่งเดินลงมาจากกุฎิ

จากนั้นได้วางตู้บริจาคลงและยกมือไหว้เพื่อขอขมา ก่อนที่จะเดินหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาก่อเหตุเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น  เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ  11.58 น. ของวันที่ 19 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ล่าสุด พ.ต เอกธงชัย เนตรสขาวัฒน์ ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้นำกำลังเข้าควบคุมตัวนายมนัสชัย อายุประมาณ 27 ปี และ นางสาวเกษรา อายุประมาณ  28 ปี ซึ่งเป็นภรรยาได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งภายในอำเภอบางคนที พร้อมกับของกลางที่เป็นตู้รับบริจาคแบบไม้จำนวน  1 ตู้ ตู้รับบริจาคแบบเหล็กจำนวน  1 ตู้ และ เครื่องเล่นดีวีดีพร้อมเครื่องเสียงจำนวน  1 ชุด

และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าสกูปปี้ไอ สีฟ้าขาว ติดทะเบียนปลอม ซึ่งใช้สำหรับก่อเหตุ จึงนำตัวมาสอบสวนที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม

นายมนัสชัย บอกว่า ตนเองเป็นลูกจ้างของโรงงานแห่งหนึ่ง แต่พิษโควิด-19 ทำให้ตนเองตกงาน ขาดรายได้เลี้ยงดูภรรยาและลูกชายวัย 10 ขวบ กับ 5 ขวบ รวมๆ 2 คน ก่อนที่จะทำการก่อเหตุตนเองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปหาเพื่อนๆ และแวะจอดทำธุระเห็นเครื่องเล่นดีวีดีพร้อมเครื่องเสียงจำนวน 1 ชุด วางหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที

ตนเองสงสารลูกที่ไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีดูจึงหยิบขึ้นรถจักรยานยนต์เอากลับไปให้ลูกๆทั้ง 2 คนดู หลายวันต่อมาจนไปตลาดนัดวัดช่องลม ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เห็นตู้เหล็กที่ใช้รับบริจาคตนจึงอุ้มกลับบ้านพบมีเงินเพียง 80 บาท ตนจึงคิดจะเอาเหล็กไปขายแต่ยังไม่กล้า

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 63 เวลาประมาณ 11.58 น. ตนตั้งใจจะขึ้นไปบนกุฎิ หาเจ้าอาวาสวัดอมรวดี ตำบลปลายโพงพาง อำเภออัมพวา เพื่อขอข้าววัดไปให้ลูกกิน แต่ไม่เจอ จึงหยิบตู้รับบริจาคลงมาจากกุฎิ แต่ก็รู้สึกกลัวบาป จึงไหว้ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีภรรยาตนซ้อนท้าย รีบหนีกลับไปบ้าน นับเงินได้กว่า 17,000 บาท

จึงพาลูกชายทั้ง 2 คนไปรับประทานไก่ทอด และซื้อโทรศัพท์ ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ กระทั่งมาถูกจับกุมในครั้งนี้

พันตำรวจเอกธงชัย กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งตนจึงสั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามกล้องวงจรปิดจนทราบเบาะแส กระทั่งจับกุมผู้ก่อเหตุในที่สุด เบื้องต้นตั้งข้อหาทั้ง 2 คน ฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในการหลบหนี นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อัมพวา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนลูกชายทั้ง 2 คน จะประสานให้ญาติมารับไปเลี้ยงดู

แต่หากไม่มีจะประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ความช่วยเหลือต่อไป  อย่างไรก็ตามขอฝากผู้ที่คิดจะก่อเหตุขอให้เปลี่ยนความคิด เพราะปัจจุบันกล้องวงจรปิดมีเกือบทุกแห่ง ยังไงก็หลบหนีไม่พ้น ถูกจับหมดอนาคต และไม่มีโอกาสดูแลคนที่คุณรักด้วย

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจมืดแปดด้าน เจ้าของรำวงย้อนยุค ถูกขวานฟันหัว ตายคาที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจมืดแปดด้าน เจ้าของรำวงย้อนยุค ถูกขวานฟันหัว ตายคาที่ เมื่อวานนี้ (25 มีนาคม 2563 ) พ.ต.ท.คเชนทร์ นิยมทอง สารวัตรเวร สภ.ไร่สะท้อน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี รับแจ้งว่ามีเหตุ บุคคลถูกทำร้ายจนทำให้เสียชีวิตที่ หมู่ 5 ต.ห้วยลึก อ.บ้านลาด จึงรายงาน พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.ท.นุชิต จาละ สวญ.สภ.ไร่สะท้อน

ทราบแล้วจึงรีบเข้าไปเพื่อทำการตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.บ้านลาด เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานเพชรบุรี

ที่เกิดเหตุ เป็นคอกวัวในป่าละเมาะ  พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง เลขทะเบียน กษล 507 เพชรบุรี จอดตั้งอยู่ ทางด้านหน้ารถบริเวณช่องห่างระหว่างเบาะกับแฮนด์รถ พบแบตเตอรี่รถยนต์ 1 อัน ในบริเวณใกล้กัน ที่พื้นข้างรถทางด้านขวาพบศพของผู้เสียชีวิต นอนคว่ำหน้าอยู่ รู้ชื่อต่อมา คือ นายเสาร์ หรือ ดื้อ อายุประมาณ 69 ปี

อดีตเจ้าของวงรำวงย้อนยุคมะนาวหวาน หมู่ 5 ต.ห้วยลึก อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 5 ต.ห้วยลึก ใกล้กันนั้นพบขวานด้ามยาวประมาณ 1 ฟุต ตกอยู่จำนวน 1 เล่ม ที่บริเวณคมขวานและโคนขวานพบคราบเลือดติดอยู่

ทางแพทย์ได้ทำการชันสูตรศพของ นายเสาร์ พบบาดแผลขนาดใหญ่ ลึกเป็นแผลฉกรรจ์ที่ด้านหลังศีรษะ 1 แห่งและที่บริเวณคิ้วซ้าย 1 แห่ง คาดว่าน่าจะโดนขวานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบในที่เกิดเหตุ ใช้เป็นอาวุธในการลงมือฆ่า และคนร้ายได้ทำการหลบหนีไป

สอบถาม นางอริสา อายุประมาณ 40 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า คอกวัวนี้เป็นของพ่อ ก่อนที่เกิดเหตุเวลา 16.00 น.พ่อของตนเองได้ออกมาจากบ้านเพื่อมาที่คอกวัว ต่อมา เวลาประมาณ 18.00 น. นายสุทธิพงษ์ วาดเขียน

ซึ่งเป็นลูกเขยได้ขับรถเข้ามาหาพ่อ เพื่อช่วยเลี้ยงวัวตามปกติ แต่เมื่อมาถึงพบว่า นายเสาร์นอนเสียชีวิตอยู่ จึงได้ทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาตรวจสอบ ที่ผ่านมาพ่อเป็นคนดีไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร คนในหมู่ญาติก็รักใคร่สนิทสนมกันไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น โดยปกติพ่อจะเล่าเรื่องต่างๆให้แม่และตนเองฟังอยู่เสมอ แต่ที่ผ่านมาพ่อก็ไม่ได้เล่าให้ตนหรือคนในครอบครัวฟังเลยว่ามีปัญหากับใครอย่างไรบ้าง  ไม่รู้จริงๆว่าที่พ่อถูกฆาตกรรมในครั้งนี้ มาจากสาเหตุใด ส่วนอดีตพ่อเป็นเจ้าของวงรำวงย้อนยุคมะนาวหวานจริง แต่เลิกทำวงมานานกว่าเกือบๆ 10 ปีแล้ว  ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการรวบรวมหลักฐานและสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ลูกเทพ ไปไม่รอดถูกจับตัวได้แล้ว ชะล่าใจวนกลับมาเพื่อที่จะทำการก่อเหตุซ้ำ

ลูกเทพ ไปไม่รอดถูกจับตัวได้แล้ว ชะล่าใจวนกลับมาเพื่อที่จะทำการก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองศรีสะเกษ รวบตัวได้แล้ว “ลูกเทพ” ขณะที่กำลังขี่จักรยานยนต์วนเวียนแถวๆ สพป.เขต 1 เตรียมที่จะเอาหินปาใส่รถ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านอีกรอบ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563  พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน  สภ.เมืองศรีสะเกษ นำหมายจับจากศาลจังหวัดศรีสะเกษที่ จ.95/2563 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2563 เข้าทำการจับกุมตัว นายเจตคติ หรือ เจ วงศ์เลิศ อายุประมาณ  24 ปี ฉายา “ลูกเทพ” ในข้อหาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย

หลังจากที่ทำการก่อเหตุใช้รมอเตอไซค์ บุกสถานที่ราชการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 1 โดยใช้ก้อนหินทุบกระจกรถยนต์ของข้าราชการที่จอดอยู่ภายในลานจอดรถจนได้รับความเสียหายแล้วหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อประมาณวันที่ 16 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมานี้

พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่าพบ นายเจตคติ ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์วนเวียนอยู่แถวๆหน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 มีท่าทีที่ต้องสงสัย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้าไปตรวจสอบ เมื่อพบตัวจึงได้แสดงหมายจับเพื่อทำการจับกุม และจากการตรวจค้นพบก้อนหินขนาดพอดีมือ 1 ก้อน ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีเทา ซึ่ง นายเจตคติ ยอมรับว่าตนเองนั้นเตรียมที่จะมาก่อเหตุปารถประชาชนที่จอดอยู่ในบริเวณนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวมาเพื่อทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปนั่นเอง

 

ลูกเทพ
ลูกเทพ ไปไม่รอดถูกจับตัวได้แล้ว ชะล่าใจวนกลับมาเพื่อที่จะทำการก่อเหตุซ้ำ

 

สาวเบญจเพสขับเก๋งเฉี่ยว จยย.ก่อน เสียหลักชน รถจอดริมถนนตาย 2 เจ็บ 5

          สาวเบญจเพสขับเก๋งเฉี่ยว จยย.ก่อน เสียหลักชน รถจอดริมถนนตาย 2 เจ็บ 5  สาวขับเก๋งออกไปทำงานที่สนามบินกระบี่ เฉี่ยวรถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะเสียหลักไปชนกับรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณริมถนนอีก 2 คัน ตาย 2 บาดเจ็บอีก 5

นักข่าวรายงานสถานการณ์ว่า (22 มีนาคม 2563) เมื่อเวลาประมาณ  05.40 น. ร.ต.อ.วิโชติ มีภพ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองกระบี่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา เข้าไปตรวจสอบเหตุรถชนบริเวณถนนเพชรเกษม บริเวณบ้านน้ำจาน หมู่ 12 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เจ็บอีกหลายราย

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงดูอยู่จำนวนมาก ในคูระบายน้ำข้างทาง พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า 3 สีขาว ทะเบียน 1676 กทม. จอดตะแคงพิงเสาไฟฟ้าอยู่ในสภาพที่พังยับทั้งคัน เจอ น.ส.ชวิศา อายุประมาณ  25 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ใต้ล้อหน้าพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นสาวประเภท 2 อายุประมาณ 17 ปี ห่างจากรถประมาณ 5 เมตร พบร่างผู้ที่เสียชีวิตอีกประมาณ 1 ราย เป็นสาวประเภทสอง  มารู้ชื่อในภายหลัง คือ นายกฤษฎา อายุประมาณ 18 ปี

ริมถนนพบรถ จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน กรร 27 กระบี่ จอดแบบลงสแตนข้างอยู่ พบคนที่ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 4 ราย รู้ชื่อคือ นายสุริยัณห์ อายุประมาณ 20 ปี นายสรวุฒิ อายุประมาณ 19 ปี

น.ส.จันจิรา อายุประมาณ 17 ปี และนายภาสกร อายุประมาณ 44 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบนำตัวส่ง โรงพยาบาลทั้งหมด ห่างจากรถเก๋งประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน 969 นครศรีธรรมราช ในสภาพพังยับเช่นเดียวกัน

จากการสืบสวนสอบสวนพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รู้ว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ที่เสียชีวิต รวมทั้งคนเจ็บเป็นวัยรุ่นทั้งหมดจำนวน 3 ราย กำลังจอดรถ จักรยายยนต์ คุยกันอยู่ที่บริเวณข้างทาง ระหว่างนั้น รถยนต์เก๋งของ น.ส.ชวิศา รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ กำลังขับมุ่งหน้าจะไปทำงานที่สนามบิน แล้วเกิดชนเข้ากับ

จักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ที่มีนายภาสกร เป็นคนขี่ มุ่งหน้าไปทางเดียวกับรถเก๋ง ก่อนที่รถเก๋งคันนี้จะเกิดการเสียหลักลงข้างทางพุ่งชนกวาดกลุ่มวัยรุ่นจนมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บตามที่แจ้งไว้ขางต้น ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวของ น.ส.ชวิศา ไปสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

รวบมือปืน จ่อยิงหัวอดีตกำนันดับ สารภาพเหตุขัดแย้ง อ้างแค้นเก่าสะสม

รวบมือปืน จ่อยิงหัวอดีตกำนันดับ สารภาพเหตุขัดแย้ง อ้างแค้นเก่าสะสม เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับ มือปืนโหด ควงลูกซองยาว บุกยิงเจาะกะโหลกอดีตกำนันบ้านจันทร์ตายคาบ้าน ให้การสารภาพแล้วแค้นเรื่องเก่า มีโอกาสลากปืนซัลโว พบมือปืนเคยเป็นลูกน้องเก่า พัวพันยาเสพติด ถูกผู้ตายขัดขวาง เกิดแค้นสะสม

จากเหตุการณ์ที่มีคนร้ายบุกยิงแสกหน้า อดีตกำนันตำบลบ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เสียชีวิตคาห้องครัว ภายในบริเวณบ้านพัก เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 15 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมานี้

             ต่อมาเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 18 มีนาคม 2563  พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับรายงานสถานการณ์จาก พ.ต.อ.สุรกิจ ศรีมนัส ผกก.สภ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวน สภ.กัลยาณิวัฒนา ได้ทำการรวบรวมหลักฐาน เสนอต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ให้ทำการออกหมายจับ นายฉัตรชัย พรประทีปกุล อายุประมาณ 52 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 25 ม.4 ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่  ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” โดยได้ทำการเข้าจับกุมตัว นายฉัตรชัย ได้ที่บ้านพักพร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ และยังยึดกัญชาไว้ได้อีกจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะนำมาตัวมาสืบสวนสอบ จนคนร้ายได้รับสารภาพว่าเป็นคนลงมือยิง นายสิทธิชัย สันติชัยชาญ อดีตกำนัน ต.บ้านจันทร์ ซึ่งเคยเป็นเจ้านายเก่าจริง สาเหตุมาจากการขัดแย้งในเรื่องเก่าๆ จึงเก็บความแค้นไว้จนมีโอกาสใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต

            โดย พล.ต.ต.พิเชษฐ เปิดเผยว่า การจับกุมตัวคนร้ายในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกว่า นายสิทธิชัย ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นกำนัน เป็นคนตงฉิน โดยมีนายฉัตรชัย ผู้ต้องหาเป็นลูกน้อง แต่มีพฤติกรรมที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงถูกนายสิทธิชัย ขัดขวางและจับกุมจนเกิดความแค้นสะสม ไว้จนเมื่อมีโอกาสนำอาวุธปืนยาวเข้ามาในบ้านและทำการจ่อยิง และหลบหนีไปอยู่ที่บ้าน จนถูกตำรวจเข้าจับกุมตัวนั่นเอง

 

รัฐบาลขอให้ทุกๆ มหาวิทยาลัย เลื่อนพิธีการรับปริญญาไม่มีกำหนด

รัฐบาลขอให้ทุกๆ มหาวิทยาลัย เลื่อนพิธีการรับปริญญาไม่มีกำหนด  ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกมาทำการประกาศ เรื่องมาตรการและการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 ฉบับที่ 4 : การพิจารณาเลื่อนพิธีประสายปริญญาบัตร โดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้

ตามที่สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและยืดเยื้อยาวนาน เพื่อเตรียมพร้อมกับการรับมือสถานการณ์ สามารถปฏิบัติงานเพื่อป้องกัน ลด และบรรเทาผลของการแพร่ระบาด ลดความกลัวของคนภายในสังคมและสร้างความเชื่อมั่น โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.)

ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญทั้งด้านการอุดมศึกษา (สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน) และด้านการวิจัยและนวัตกรรม จึงได้ดำเนินการและกำหนดมาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์ของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และนำร่องดำเนินการ

ในการนี้เพื่อเป็นการดูแล นิสิต นักศึกษาและบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาทุกๆคน  รวมทั้งเป็นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ที่อาจจะเกิดขึ้นจากกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 63 ในเรื่องมาตรการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐในการบริหารราชการและให้บริการประชาชนในสภาวะวิกฤต กระทรวง อว. จึงได้ขอความร่วมมือให้สถาบันอุดมศึกษาทุกๆแห่งพิจารณาเลื่อนพิธีประสาทปริญญาบัตรออกไปก่อน ตั้งวันนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง จึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป

 

ยุโรปประกาศ ห้ามคนต่างชาติ เข้าทวีปประมาณ 30 วัน หลังโควิด-19 ระบาดหนัก

ยุโรปประกาศ ห้ามคนต่างชาติ เข้าทวีปประมาณ 30 วัน หลังโควิด-19 ระบาดหนัก วันนี้ (17 มี.ค.  63)  นักข่าวของประเทศรายงานสถาการณ์ว่า สหภาพยุโรปได้ทำการออกมาประกาศให้ ชาวต่างชาตินอกทวีปยุโรปที่ไม่มีความจำเป็นใดๆ ยกเลิกการเดินทางเข้าทวีปยุโรปเป็นเวลาอย่างน้อยประมาณ 30 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 ที่กำลังเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในยุโรปอย่างหนัก

ทั้งนี้ อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า เป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้คาดคิดทาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องประกาศให้มีการยกเลิกการเดินทางเข้ามายังทวีปยุโรป เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม คำประกาศนี้จะอนุญาตให้กับเจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมายในสหภาพยุโรปเท่านั้นที่จะเดินทางเข้ามาภายในยุโรปได้