ตู้บริจาค
อาชญากรรม

โจรกลัวบาปยกมือไหว้ก่อนยก ตู้บริจาค พาลูกกินไก่ทอด อ้างว่าตกงาน

โจรกลัวบาปยกมือไหว้ก่อนยก ตู้บริจาค พาลูกกินไก่ทอด อ้างว่าตกงาน นี่คือภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ผู้ชายรายหนึ่งเดินขึ้นมาบนกุฎิของเจ้าอาวาสวัดอมรวดี ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ก่อนที่จะยกตู้บริจาคใบหนึ่งเดินลงมาจากกุฎิ

จากนั้นได้วางตู้บริจาคลงและยกมือไหว้เพื่อขอขมา ก่อนที่จะเดินหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาก่อเหตุเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น  เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ  11.58 น. ของวันที่ 19 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ล่าสุด พ.ต เอกธงชัย เนตรสขาวัฒน์ ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้นำกำลังเข้าควบคุมตัวนายมนัสชัย อายุประมาณ 27 ปี และ นางสาวเกษรา อายุประมาณ  28 ปี ซึ่งเป็นภรรยาได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งภายในอำเภอบางคนที พร้อมกับของกลางที่เป็นตู้รับบริจาคแบบไม้จำนวน  1 ตู้ ตู้รับบริจาคแบบเหล็กจำนวน  1 ตู้ และ เครื่องเล่นดีวีดีพร้อมเครื่องเสียงจำนวน  1 ชุด

และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าสกูปปี้ไอ สีฟ้าขาว ติดทะเบียนปลอม ซึ่งใช้สำหรับก่อเหตุ จึงนำตัวมาสอบสวนที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม

นายมนัสชัย บอกว่า ตนเองเป็นลูกจ้างของโรงงานแห่งหนึ่ง แต่พิษโควิด-19 ทำให้ตนเองตกงาน ขาดรายได้เลี้ยงดูภรรยาและลูกชายวัย 10 ขวบ กับ 5 ขวบ รวมๆ 2 คน ก่อนที่จะทำการก่อเหตุตนเองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปหาเพื่อนๆ และแวะจอดทำธุระเห็นเครื่องเล่นดีวีดีพร้อมเครื่องเสียงจำนวน 1 ชุด วางหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที

ตนเองสงสารลูกที่ไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีดูจึงหยิบขึ้นรถจักรยานยนต์เอากลับไปให้ลูกๆทั้ง 2 คนดู หลายวันต่อมาจนไปตลาดนัดวัดช่องลม ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เห็นตู้เหล็กที่ใช้รับบริจาคตนจึงอุ้มกลับบ้านพบมีเงินเพียง 80 บาท ตนจึงคิดจะเอาเหล็กไปขายแต่ยังไม่กล้า

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 63 เวลาประมาณ 11.58 น. ตนตั้งใจจะขึ้นไปบนกุฎิ หาเจ้าอาวาสวัดอมรวดี ตำบลปลายโพงพาง อำเภออัมพวา เพื่อขอข้าววัดไปให้ลูกกิน แต่ไม่เจอ จึงหยิบตู้รับบริจาคลงมาจากกุฎิ แต่ก็รู้สึกกลัวบาป จึงไหว้ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีภรรยาตนซ้อนท้าย รีบหนีกลับไปบ้าน นับเงินได้กว่า 17,000 บาท

จึงพาลูกชายทั้ง 2 คนไปรับประทานไก่ทอด และซื้อโทรศัพท์ ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ กระทั่งมาถูกจับกุมในครั้งนี้

พันตำรวจเอกธงชัย กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งตนจึงสั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามกล้องวงจรปิดจนทราบเบาะแส กระทั่งจับกุมผู้ก่อเหตุในที่สุด เบื้องต้นตั้งข้อหาทั้ง 2 คน ฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในการหลบหนี นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อัมพวา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนลูกชายทั้ง 2 คน จะประสานให้ญาติมารับไปเลี้ยงดู

แต่หากไม่มีจะประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ความช่วยเหลือต่อไป  อย่างไรก็ตามขอฝากผู้ที่คิดจะก่อเหตุขอให้เปลี่ยนความคิด เพราะปัจจุบันกล้องวงจรปิดมีเกือบทุกแห่ง ยังไงก็หลบหนีไม่พ้น ถูกจับหมดอนาคต และไม่มีโอกาสดูแลคนที่คุณรักด้วย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *