เสียหลักชน

สาวเบญจเพสขับเก๋งเฉี่ยว จยย.ก่อน เสียหลักชน รถจอดริมถนนตาย 2 เจ็บ 5

          สาวเบญจเพสขับเก๋งเฉี่ยว จยย.ก่อน เสียหลักชน รถจอดริมถนนตาย 2 เจ็บ 5  สาวขับเก๋งออกไปทำงานที่สนามบินกระบี่ เฉี่ยวรถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะเสียหลักไปชนกับรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณริมถนนอีก 2 คัน ตาย 2 บาดเจ็บอีก 5

นักข่าวรายงานสถานการณ์ว่า (22 มีนาคม 2563) เมื่อเวลาประมาณ  05.40 น. ร.ต.อ.วิโชติ มีภพ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองกระบี่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา เข้าไปตรวจสอบเหตุรถชนบริเวณถนนเพชรเกษม บริเวณบ้านน้ำจาน หมู่ 12 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เจ็บอีกหลายราย

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงดูอยู่จำนวนมาก ในคูระบายน้ำข้างทาง พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า 3 สีขาว ทะเบียน 1676 กทม. จอดตะแคงพิงเสาไฟฟ้าอยู่ในสภาพที่พังยับทั้งคัน เจอ น.ส.ชวิศา อายุประมาณ  25 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ใต้ล้อหน้าพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นสาวประเภท 2 อายุประมาณ 17 ปี ห่างจากรถประมาณ 5 เมตร พบร่างผู้ที่เสียชีวิตอีกประมาณ 1 ราย เป็นสาวประเภทสอง  มารู้ชื่อในภายหลัง คือ นายกฤษฎา อายุประมาณ 18 ปี

ริมถนนพบรถ จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน กรร 27 กระบี่ จอดแบบลงสแตนข้างอยู่ พบคนที่ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 4 ราย รู้ชื่อคือ นายสุริยัณห์ อายุประมาณ 20 ปี นายสรวุฒิ อายุประมาณ 19 ปี

น.ส.จันจิรา อายุประมาณ 17 ปี และนายภาสกร อายุประมาณ 44 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบนำตัวส่ง โรงพยาบาลทั้งหมด ห่างจากรถเก๋งประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน 969 นครศรีธรรมราช ในสภาพพังยับเช่นเดียวกัน

จากการสืบสวนสอบสวนพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รู้ว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ที่เสียชีวิต รวมทั้งคนเจ็บเป็นวัยรุ่นทั้งหมดจำนวน 3 ราย กำลังจอดรถ จักรยายยนต์ คุยกันอยู่ที่บริเวณข้างทาง ระหว่างนั้น รถยนต์เก๋งของ น.ส.ชวิศา รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ กำลังขับมุ่งหน้าจะไปทำงานที่สนามบิน แล้วเกิดชนเข้ากับ

จักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ที่มีนายภาสกร เป็นคนขี่ มุ่งหน้าไปทางเดียวกับรถเก๋ง ก่อนที่รถเก๋งคันนี้จะเกิดการเสียหลักลงข้างทางพุ่งชนกวาดกลุ่มวัยรุ่นจนมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บตามที่แจ้งไว้ขางต้น ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวของ น.ส.ชวิศา ไปสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *